================================================== -->

betslotxo

อนุมัติ18หมื่นล อุ้ม ยาง-ปาล์ม ให้ไร่ละพันแปด 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น

  • เยี่ยมชมบล็อก:759698
  • จำนวนบล็อกโพสต์: 83
  • กลุ่มผู้ใช้: ผู้ใช้ทั่วไป
  • เวลาลงทะเบียน:2021-03-31 02:44:42
  • ตรารับรอง:
รายละเอียดส่วนบุคคล

สบส แถลงผลสอบ รพพระราม 2 กรณีสาวถูกสามีสาดน้ำกรด พบผิด 5 กระทง สั่งปรับกรณีไม่มีแพทย์ให้การรักษาหญิงถูกสาดน้ำกรด ส่วนอีก 4 กระทงให้ร้องทุกข์กล่าวโทษทั้งผู้ได้รับอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล และผู้ดำเนินการสถานพยาบาล มีโทษจำคุก เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ ที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส) มีการแถลงข่าวสรุปผลการสอบสวนของคณะอนุกรรมการพิจารณาข้อเท็จจริงเรื่องร้องเรียน รพพระราม 2 ปฏิเสธการรักษา และมีการให้บริการทางการแพทย์ที่ไม่ได้มาตรฐาน กรณีสาวถูกสามีสาดน้ำกรดใส่หน้า โดย นพณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ์ อธิบดี สบส กล่าวว่า สบสได้สั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ รพพระราม 2 เพื่อรวบรวมข้อมูลระหว่างเกิดเหตุ ทั้งเอกสารทางการแพทย์ ภาพจากกล้องวงจรปิด และสอบปากคำเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล เพื่อนำเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียน ประกอบด้วยคณะกรรมการ 15 คน และมีการประชุมสรุปผลเมื่อวันที่ 19 พยที่ผ่านมา ตั้งแต่เวลา 1300-1900 น โดยเชิญผู้เกี่ยวข้องตั้งแต่ผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการของ รพพระราม 2 และ รพบางมด ซึ่งเป็นโรงพยาบาลแห่งที่ 2 ที่มีความเกี่ยวข้อง ตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง คือวันที่ 9 พย-19 พย ใช้เวลาพิจารณาทั้งหมดเพียง 10 วัน ผลสรุปของคณะกรรมการทางกองกฎหมายได้ส่งมาเพื่อให้ตนพิจารณาในช่วงเช้าที่ผ่านมามี 5 กรณี ตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พศ2541 1กรณีให้พยาบาลวิชาชีพเป็นผู้ตรวจประเมินอาการผู้ป่วยและให้การรักษาเบื้องต้นโดยไม่มีการรายงานแพทย์ ซึ่งทางคณะกรรมการมีมติว่าอาจจะเข้าข่ายการกระทำผิดในเรื่องไม่มีการควบคุมและดูแลมิให้ผู้ประกอบวิชาชีพในสถานประกอบวิชาชีพผิดไปจากสาขาที่ขออนุญาต เข้าข่ายผิดมาตรา 34 (1) (2) มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท โดยคณะอนุกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ให้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ โดยจะมีการดำเนินคดีในชั้นศาลต่อไป โดยผู้ที่จะถูกดำเนินคดีคือ ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล 2จากการสอบถามพยาบาลที่ให้การตรวจรักษาแล้วได้รายงานผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ผู้ดำเนินการได้สั่งการให้รับผู้ป่วยไว้นอน รพ แสดงว่าผู้ป่วยมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อนที่จะนำผู้ป่วยไปนอนที่ รพตามข้อสั่งการ ซึ่งลักษณะเช่นนี้ ทางคณะกรรมการมีมติว่าอาจจะเข้าข่ายการไม่ควบคุมดูแลให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในสถานพยาบาลปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เข้าข่ายหรือน่าจะมีความผิดตามมาตรา 34 (2) มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท มติของคณะอนุกรรมการให้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อนำไปสู่กระบวนยุติธรรม ซึ่งผู้ที่จะถูกดำเนินคดีก็คือผู้ดำเนินการสถานพยาบาลเช่นเดียวกัน 3กรณีไม่มีแพทย์ให้การช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ป่วย เพื่อคัดแยกระดับความฉุกเฉินตามมาตรฐานที่มีการกำหนดไว้ กรณีนี้อาจจะเข้าข่ายทำผิดตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข และ พรบสถานพยาบาล มาตรา 35 (3) และ (4) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท กรณีนี้อนุกรรมการมีมติให้เปรียบเทียบปรับ ผู้ที่จะถูกลงโทษคือ ผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล กับผู้ดำเนินการสถานพยาบาล 4กรณีไม่ให้การช่วยเหลือดูแลแก่ผู้ป่วยที่อยู่ในสภาพอันตรายและจำเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉิน อาจจะเข้าข่ายผู้ได้รับอนุญาตและผู้ดำเนินการมิได้ควบคุมดูแลให้การรักษาดูแลแก่ผู้ป่วยตามมาตรา 33/1 อัตราโทษเข้าได้กับมาตรา 36 วรรค 1 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท มติกรรมการให้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ผู้กระทำความผิดคือผู้ได้รับอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล กับผู้ดำเนินการสถานพยาบาล และ 5กรณีเมื่อได้ช่วยเหลือเยียวยาแล้ว และอ้างว่าเป็นความต้องการของผู้ป่วยที่ต้องการไปรักษาตัวใน รพแห่งที่ 2 ที่มีสิทธิ์ประกันสังคมอยู่ เข้าข่ายการส่งต่อโดยไม่เหมาะสม ซึ่งอาจจะมีความผิดตามกฎหมาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท ตามมาตรา 36 (3) คณะกรรมการมีมติให้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ นพณัฐวุฒิกล่าวว่า จะเห็นว่ามีการให้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ 4 กรณี และมี 1 กรณีที่ให้เปรียบเทียบปรับ ซึ่งเราได้นำมติเข้าสู่คณะกรรมการเปรียบเทียบปรับ เพื่อกำหนดว่าจะปรับเป็นเงินเท่าไร ก่อนส่งให้คณะกรรมการสอบสวนต่อไป ส่วนการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ พนักงานสอบสวนจะเริ่มเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบสวน และส่งต่อให้พนักงานอัยการมีมติต่อไปว่าจะมีการฟ้องร้องประเด็นใดบ้าง จากนั้นก็เป็นอันสิ้นสุดที่ศาลยุติธรรม นอกจากนี้ยังมีอีกกรณีที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับสถานพยาบาลคือ กรณีพยาบาลที่ได้ให้การรักษาและยอมรับว่ามิได้รายงานแพทย์ จะเข้าข่ายกรณีจริยธรรมในการประกอบวิชาชีพที่ไม่ได้เป็นไปตามาตรฐานที่กำหนด ซึ่งทาง สบสจะได้ส่งเรื่องนี้ไปยังสภาการพยาบาลต่อไป

ที่เก็บบทความ

2015(977)

2014(327)

2013(128)

2012(358)

การสมัครสมาชิก
บล็อกโพสต์ที่แนะนำ
nova 88 for sale 2021-03-31 02:44:42

การจำแนกประเภท: ไชนานิวส์เจียงซู

betslotxo,ก่อนจะปลดล็อก กัญชา พัฒนา กัญชง ไปถึงไหนแล้ว? 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น กรมอุตุฯเตือนพายุ โทราจี 11 จวภาคใต้ฝนตกหนัก 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 07:46 น บุ๋ม เข้ายื่นหนังสือถึง ผบตรขอโอนคดีหมอล่วงละเมิดทางเพศคนไข้ให้กองปราบฯ เผยแจ้งความท้องที่นานเป็นเดือน เพิ่งมาเรียกสอบหลังเป็นข่าวครึกโครม ซ้ำร้ายตำรวจกางบันทึกประจำวันให้สื่อถ่ายออกทีวีประจานผู้เสียหาย เผยเจ้าทุกข์โผล่แล้วกว่า 50 ราย ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ นสปนัดดา หรือบุ๋ม วงศ์ผู้ดี ประธานองค์กรทำความดี นำผู้เสียหายที่ถูกสูตินรีแพทย์ในจังหวัดนครสวรรค์ทำอนาจารล่วงละเมิดทางเพศขณะตรวจภายใน จำนวน 6 คน ยื่นหนังสือถึง พลตอจักรทิพย์ ชัยจินดา ผบตร เพื่อขอให้โอนสำนวนการสอบสวนคดีดังกล่าวจาก สภเมืองนครสวรรค์ มาให้กองบังคับการปราบปรามเป็นผู้ทำคดีแทน หลังจากก่อนหน้านี้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความ แต่คดีไม่คืบหน้าเท่าที่ควร นอกจากนี้ยังมีผู้เสียหายเพิ่มขึ้นหลายพื้นที่รวมแล้วกว่า 50 ราย นสปนัดดากล่าวว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนมากว่า 2 เดือน หลังผู้เสียหายเข้าแจ้งความ พนักงานสอบสวน สภเมืองนครสวรรค์กลับไม่พยายามหาพยานหลักฐาน เพิ่งจะมาเรียกสอบหลังจากที่เป็นข่าวครึกโครมขึ้นมา ซึ่งหลังจากนั้นก็มีผู้เสียหายกว่า 50 คน ที่เคยเข้ารับการตรวจภายในที่คลินิกของแพทย์คนดังกล่าว ต่างร้องเรียนว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศในลักษณะเดียวกัน ที่ตกใจมากที่สุดคือมีสื่อนำเสนอชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ของหญิงผู้เสียหาย ทำให้ตัวเขาถูกละเมิดสิทธิ์ สภาพจิตใจย่ำแย่มาก โดยที่ปรากฏเป็นข่าวทางสถานีโทรทัศน์ พบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกางบันทึกประจำวันให้สื่อถ่าย ส่วนการแจ้งความดำเนินคดีของผู้เสียหายขณะนี้ นสปนัดดาเปิดเผยว่า มี 1 คน ที่เหลือขาดอายุความแล้ว เพราะเหตุเกิดมาแล้ว 5-6 ปี แต่หญิงเหล่านั้นยินดีเป็นพยาน เพราะปกติแล้วหญิงที่ถูกกระทำในลักษณะดังกล่าวไม่กล้าที่จะแจ้งความเพราะอาย บางคนมีครอบครัว มีสามีแล้วก็ไม่กล้าแจ้ง แต่ขอแนะนำว่าผู้หญิงถ้าถูกข่มขืนให้ไปตรวจร่างกายภายใน 24 ชั่วโมง เราต้องปกป้องสิทธิ์ของเรา ส่วนที่มีคำถามถึงหลักฐานการดำเนินคดีกับแพทย์คนดังกล่าว ที่อาจต่อสู้คดีว่าเป็นการวินิจฉัยทางการแพทย์ ยืนยันว่าเคสนี้มีหลักฐานที่ไม่ใช่เครื่องมือการแพทย์แน่นอน แต่ไม่ขอเปิดเผย ในตอนท้าย นสปนัดดากล่าวว่า ขอให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติช่วยตรวจสอบด้วยว่าตำรวจเป็นคนเปิดเผยรายชื่อผู้เสียหายหรือไม่ ส่วนสื่อที่เสนอข่าวอาจจะมีการฟ้องดำเนินการทางกฎหมาย ด้านนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม กล่าวว่า ตนพร้อมทีมแพทย์จะลงพื้นที่ จนครสวรรค์เพื่อดูพยานหลักฐาน หลังเหยื่อสาววัย29ปีอ้างว่าเคยถูกหมอล่วงละเมิดทางเพศ โดยจะตรวจดูว่ามีการลงบันทึกยอมความกันไว้หรือไม่ถ้ามี สามารถนำมาประกอบเป็นพยานหลักฐานบางอย่างได้รวมทั้งข้อความทางไลน์เกี่ยวกับการโอนเงินจำนวน3แสนบาท โดยหากทางหมอทำผิดก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ถ้าหมอบริสุทธิ์ เหยื่อก็ต้องรับผิดชอบอย่างไรก็ตาม กรณีมีการส่งข้อความแช้ตทางไลน์เหมือนกับว่าหมอกับคนไข้สนิทสนมในเชิงชู้สาว โดยหมอบอกว่าจะดูแลจนชั่วชีวิตเป็นข้อความระหว่างหมอกับคนไข้ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้รวมทั้งมีการซื้อของจากต่างประเทศมาฝากดูแล้วห่วงใยเกินระหว่างหมอกับคนไข้ ซึ่งเราจะตรวจสอบว่าทำไมต้องโอนเงินให้คนไข้ ถ้าตัวเองไม่ได้ทำผิด นายอัจฉริยะกล่าวว่า ขณะนี้ผู้เสียหายมีประมาณ 3 ราย แม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นในปี2559ก็สามารถดำเนินคดีได้เพราะเพิ่งรู้ว่าไม่ใช่การรักษาทางการแพทย์ นพณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส) กล่าวถึงกรณีนี้ว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดนครสวรรค์ จึงมอบอำนาจหน้าที่การตรวจสอบให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ) นครสวรรค์ ดำเนินการ โดย สบสจะเป็นพี่เลี้ยงในกรณีร้องขอให้ช่วยเรื่องข้อกฎหมาย แต่กรณีนี้จะเกี่ยวข้องกับ พรบสถานพยาบาล พศ2541 เพียงประเด็นเดียว เรื่องไม่ได้ควบคุมกำกับให้เกิดความปลอดภัยในการให้บริการ ส่วนประเด็นอื่นจะเป็นเรื่องการเข้าข่ายความเสียหายส่วนบุคคลที่อาจเป็นคดีอาญา ดังนั้นต้องไปฟ้องร้องกันในชั้นศาล เรื่องนี้เป็นความผิดที่มีอัตราโทษค่อนข้างสูง จึงต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องร้องเรียนเช่นกัน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย แต่ทาง สบสยังไม่ได้รับการรายงานผลกการตรวจสอบแต่อย่างใด ทพอาคม ประดิษฐสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักสถานพยาบาลและประกอบโรคศิลปะ กล่าวว่า สบสจะลงไปตรวจสอบคลินิกแห่งนี้ว่าได้มาตรฐานจริงหรือไม่ โดยจะนำเข้าคณะกรรมการสถานพยาบาลพิจารณาในการอนุญาตเปิดคลินิกต่อไป ส่วนประเด็นจำเป็นหรือไม่ที่ต้องมีบุคคลที่ 3 ในห้องตรวจคนไข้ สำหรับคลินิกนรีเวชระหว่างการตรวจภายใน จะต้องมีบุคคลที่ 3 หรือมีผู้ช่วยแพทย์ที่เป็นผู้หญิงคอยอยู่กับแพทย์ขณะตรวจภายในห้องเสมอ เรื่องนี้ถือเป็นมาตรฐาน หากไม่มีก็ถือว่าไม่เหมาะสม และต้องมีการปรับ ส่วนเรื่องการลวนลามหรือกระทำอนาจารคนไข้ เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องสืบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไปตำรวจเปิดเผยว่าหลักฐานสำคัญที่ทำให้ทราบเบาะแสของคนร้ายทั้งสองคนคือเสื้อเสื้อโปโลคอปกแขนสั้นสีเขียวสกรีน A92 ที่สวมใส่ขณะก่อเหตุและรอยสักที่น่องซ้ายของ นายมานิตย์ และจากการสอบสวนทั้งสองคนยอมรับสารภาพว่าลักลอบตัดสายเคเบิลจริงและเพิ่งก่อเหตุเป็นครั้งแรกนำสายทองแดงไปขายได้เงินมาแค่ประมาณ200 บาทเท่านั้น แต่จากพฤติกรรมเจ้าหน้าที่คาดว่าน่าจะเคยก่อเหตุขโมยตัดสายเคเบิลมาแล้วหลายครั้งซึ่งต้องสอบสวนขยายผลต่อไป ในขณะที่เจ้าหน้าทีทีโอทีเผยว่าในช่วง2 ปีที่ผ่านมาสายเคเบิลในพื้นที่อหาดใหญ่ลักลอบตัดมาแล้วกว่า10 ครั้ง

วธเผยโพลลอยกระทง คนไทยเห็นด้วย 1ครอบครัว 1 กระทง 20 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 19:49 น สบส แถลงผลสอบ รพพระราม 2 กรณีสาวถูกสามีสาดน้ำกรด พบผิด 5 กระทง สั่งปรับกรณีไม่มีแพทย์ให้การรักษาหญิงถูกสาดน้ำกรด ส่วนอีก 4 กระทงให้ร้องทุกข์กล่าวโทษทั้งผู้ได้รับอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล และผู้ดำเนินการสถานพยาบาล มีโทษจำคุก เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ ที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส) มีการแถลงข่าวสรุปผลการสอบสวนของคณะอนุกรรมการพิจารณาข้อเท็จจริงเรื่องร้องเรียน รพพระราม 2 ปฏิเสธการรักษา และมีการให้บริการทางการแพทย์ที่ไม่ได้มาตรฐาน กรณีสาวถูกสามีสาดน้ำกรดใส่หน้า โดย นพณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ์ อธิบดี สบส กล่าวว่า สบสได้สั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ รพพระราม 2 เพื่อรวบรวมข้อมูลระหว่างเกิดเหตุ ทั้งเอกสารทางการแพทย์ ภาพจากกล้องวงจรปิด และสอบปากคำเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล เพื่อนำเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียน ประกอบด้วยคณะกรรมการ 15 คน และมีการประชุมสรุปผลเมื่อวันที่ 19 พยที่ผ่านมา ตั้งแต่เวลา 1300-1900 น โดยเชิญผู้เกี่ยวข้องตั้งแต่ผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการของ รพพระราม 2 และ รพบางมด ซึ่งเป็นโรงพยาบาลแห่งที่ 2 ที่มีความเกี่ยวข้อง ตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง คือวันที่ 9 พย-19 พย ใช้เวลาพิจารณาทั้งหมดเพียง 10 วัน ผลสรุปของคณะกรรมการทางกองกฎหมายได้ส่งมาเพื่อให้ตนพิจารณาในช่วงเช้าที่ผ่านมามี 5 กรณี ตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พศ2541 1กรณีให้พยาบาลวิชาชีพเป็นผู้ตรวจประเมินอาการผู้ป่วยและให้การรักษาเบื้องต้นโดยไม่มีการรายงานแพทย์ ซึ่งทางคณะกรรมการมีมติว่าอาจจะเข้าข่ายการกระทำผิดในเรื่องไม่มีการควบคุมและดูแลมิให้ผู้ประกอบวิชาชีพในสถานประกอบวิชาชีพผิดไปจากสาขาที่ขออนุญาต เข้าข่ายผิดมาตรา 34 (1) (2) มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท โดยคณะอนุกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ให้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ โดยจะมีการดำเนินคดีในชั้นศาลต่อไป โดยผู้ที่จะถูกดำเนินคดีคือ ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล 2จากการสอบถามพยาบาลที่ให้การตรวจรักษาแล้วได้รายงานผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ผู้ดำเนินการได้สั่งการให้รับผู้ป่วยไว้นอน รพ แสดงว่าผู้ป่วยมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อนที่จะนำผู้ป่วยไปนอนที่ รพตามข้อสั่งการ ซึ่งลักษณะเช่นนี้ ทางคณะกรรมการมีมติว่าอาจจะเข้าข่ายการไม่ควบคุมดูแลให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในสถานพยาบาลปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เข้าข่ายหรือน่าจะมีความผิดตามมาตรา 34 (2) มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท มติของคณะอนุกรรมการให้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อนำไปสู่กระบวนยุติธรรม ซึ่งผู้ที่จะถูกดำเนินคดีก็คือผู้ดำเนินการสถานพยาบาลเช่นเดียวกัน 3กรณีไม่มีแพทย์ให้การช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ป่วย เพื่อคัดแยกระดับความฉุกเฉินตามมาตรฐานที่มีการกำหนดไว้ กรณีนี้อาจจะเข้าข่ายทำผิดตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข และ พรบสถานพยาบาล มาตรา 35 (3) และ (4) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท กรณีนี้อนุกรรมการมีมติให้เปรียบเทียบปรับ ผู้ที่จะถูกลงโทษคือ ผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล กับผู้ดำเนินการสถานพยาบาล 4กรณีไม่ให้การช่วยเหลือดูแลแก่ผู้ป่วยที่อยู่ในสภาพอันตรายและจำเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉิน อาจจะเข้าข่ายผู้ได้รับอนุญาตและผู้ดำเนินการมิได้ควบคุมดูแลให้การรักษาดูแลแก่ผู้ป่วยตามมาตรา 33/1 อัตราโทษเข้าได้กับมาตรา 36 วรรค 1 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท มติกรรมการให้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ผู้กระทำความผิดคือผู้ได้รับอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล กับผู้ดำเนินการสถานพยาบาล และ 5กรณีเมื่อได้ช่วยเหลือเยียวยาแล้ว และอ้างว่าเป็นความต้องการของผู้ป่วยที่ต้องการไปรักษาตัวใน รพแห่งที่ 2 ที่มีสิทธิ์ประกันสังคมอยู่ เข้าข่ายการส่งต่อโดยไม่เหมาะสม ซึ่งอาจจะมีความผิดตามกฎหมาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท ตามมาตรา 36 (3) คณะกรรมการมีมติให้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ นพณัฐวุฒิกล่าวว่า จะเห็นว่ามีการให้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ 4 กรณี และมี 1 กรณีที่ให้เปรียบเทียบปรับ ซึ่งเราได้นำมติเข้าสู่คณะกรรมการเปรียบเทียบปรับ เพื่อกำหนดว่าจะปรับเป็นเงินเท่าไร ก่อนส่งให้คณะกรรมการสอบสวนต่อไป ส่วนการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ พนักงานสอบสวนจะเริ่มเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบสวน และส่งต่อให้พนักงานอัยการมีมติต่อไปว่าจะมีการฟ้องร้องประเด็นใดบ้าง จากนั้นก็เป็นอันสิ้นสุดที่ศาลยุติธรรม นอกจากนี้ยังมีอีกกรณีที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับสถานพยาบาลคือ กรณีพยาบาลที่ได้ให้การรักษาและยอมรับว่ามิได้รายงานแพทย์ จะเข้าข่ายกรณีจริยธรรมในการประกอบวิชาชีพที่ไม่ได้เป็นไปตามาตรฐานที่กำหนด ซึ่งทาง สบสจะได้ส่งเรื่องนี้ไปยังสภาการพยาบาลต่อไปก่อนจะปลดล็อก กัญชา พัฒนา กัญชง ไปถึงไหนแล้ว? 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น อนุมัติ18หมื่นล อุ้ม ยาง-ปาล์ม ให้ไร่ละพันแปด 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น

อ่าน(326) | แสดงความคิดเห็น(142) | ส่งต่อ(362) |

ก่อนหน้านี้:ufabet gold

ต่อไป:fifa55

ฝากของไว้ให้เจ้าของ!~~

จินเซียงกง 2021-09-20

สามีไม่ดี จากการสอบสวนทราบว่าเหตุเกิดหลังจากที่ร้านปิดแต่ยังมีลูกค้าบางส่วนนั่งอยู่ภายในร้าน นายอนุศักดิ์ ได้ลุกเข้าห้องน้ำและมีคนยิงเดินตามเข้าไปและมีเสียงปืนดังขึ้น4 นัด พร้อมกับร่างของนายอนุศักดิ์ที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บอยู่ในห้องน้ำและร้องขอความช่วยเหลือ อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางเจ้าของร้านไม่ยอมให้ข้อมูลใดๆเกี่ยวกับเบาะแสของคนร้ายโดยบอกว่าให้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดเพียงอย่างเดียว และปฏิเสธที่จะให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปบันทึกภาพ

คล็อปป์ ได้ให้สัมภาษณ์รู้สึกงุนงงกับข่าวที่ออกมาบอกว่า เวลาของ ฟาบินโญ่ ที่แอนฟิลด์กำลังจะหมดลงทั้งที่นักเตะเพิ่งย้ายมาแค่ 5 เดือนเท่านั้น โดยกุนซือชาวเยอรมัน เชื่อว่า มิดฟิลด์รายนี้ จะได้แจ้งเกิดกับทีมได้แน่ เพียงแต่อาจต้องใช้เวลาในการปรับตัวเข้ากับสไตล์การเล่นของลิเวอร์พูล รวมถึงเกมที่ค่อนข้างเร็วของฟุตบอลอังกฤษไปสักระยะ

ซาบาห์ 2021-03-31 02:44:42

ครมเท 123 แสนล้านบาท ผุดมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ ข้าราชการบำนาญและผู้มีรายได้น้อยที่ต้องการมีบ้านเป็นของตัวเอง โฆษกรัฐบาลปัดพัลวันเปล่าแจกดะช่วงใกล้เลือกตั้ง นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) เมื่อวันที่ 20 พยที่ผ่านมาว่า ที่ประชุม ครมได้เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ ข้าราชการบำนาญ และผู้มีรายได้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง คิดเป็นวงเงินดำเนินการรวมกว่า 123 แสนล้านบาท โดยคาดว่ามาตรการทั้งหมดจะช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 2561 ขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ 007% เนื่องจากมาตรการมีกรอบเวลาดำเนินการถึงปี 2562 ซึ่งเชื่อว่าจะส่งผลดีกับภาพรวมเศรษฐกิจได้ดีกว่าปีนี้ นายลวรณกล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ มีวงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 387 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย 4 มาตรการ ได้แก่ 1มาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและน้ำประปา ซึ่งจะส่งผลให้ผู้มีรายได้น้อยมีภาระค่าครองชีพลดลง โดยกำหนดให้กรณีค่าไฟฟ้าให้ใช้ไฟฟ้าในวงเงินไม่เกิน 230 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีน้ำประปา ให้ใช้ได้ในวงเงินไม่เกิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน โดยมาตรการดังกล่าวมีผลตั้งแต่ ธค2561 ถึง กย2562 รวมระยะเวลา 10 เดือน โดยกลุ่มเป้าหมายสำคัญคือผู้ผ่านคุณสมบัติการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้งหมด 145 ล้านคน โดยในจำนวนนี้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คิดเป็น 82 ล้านครัวเรือน โดย 1 ครัวเรือนใช้ได้เพียง 1 สิทธิเท่านั้น ในส่วนนี้มีวงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 27 หมื่นล้านบาท 2มาตรการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในช่วงปลายปีให้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในการซื้อสินค้าและบริการเพิ่มเติมในเดือน ธค2561 เป็นเงิน 500 บาทต่อคน (ได้รับครั้งเดียว) โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 145 ล้านคน โดยจะใช้วงเงินดำเนินการ 725 พันล้านบาท 3มาตรการช่วยเหลือค่าเดินทางไปรับการรักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอื่นเกี่ยวกับสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย จำนวน 1 พันบาทต่อคน (ได้รับครั้งเดียว) โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้มีรายได้น้อยที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป จำนวน 35 ล้านคน ระยะเวลาดำเนินการ ธค2561 ถึง กย2562 ใช้วงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 35 พันล้านบาท 4มาตรการช่วยเหลือค่าเช่าบ้านสำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย จำนวน 400 บาทต่อคนต่อเดือน ระหว่างเดือน ธค2561 ถึง กย2562 สำหรับผู้สูงอายุที่ถือบัตรสวัสดิการ ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 22 แสนคน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 23 แสนคนในเดือน กย2562 โดยใช้วงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 920 ล้านบาท ขณะที่นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครมเห็นชอบแนวทางการปรับปรุงแก้ไขพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ โดยกำหนดให้ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดตามข้อบังคับของกระทรวงกลาโหม ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับบำนาญปกติ บำนาญพิเศษ เพราะเหตุทุพพลภาพ บำนาญพิเศษหรือบำนาญตกทอดในฐานะทายาท ผู้อุปการะ หรือผู้อยู่ในอุปการะ ตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ซึ่งได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญรวมทุกประเภท และเงินช่วยค่าครองชีพ ทั้งหมดต่ำกว่าเดือนละ 1 หมื่นบาท ให้ได้รับเงินช่วยค่าครองชีพเพิ่มขึ้นในอัตราส่วนที่ขาดไปให้ครบ 1 หมื่นบาท ทั้งนี้ คาดว่าจะมีข้าราชการที่อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าว จำนวน 527 หมื่นคน คิดเป็นวงเงินงบประมาณดำเนินการ 559 ล้านบาทต่อปี หรือ 46 ล้านบาทต่อเดือน เมื่อ 2-3 ปีก่อน ค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ 300 บาท ดังนั้นเงินบำเหน็จบำนาญและเงินช่วยค่าครองชีพที่รัฐบาลกำหนดจึงอยู่ที่ 9 พันบาท แต่ปัจจุบันค่าแรงขั้นต่ำปรับเพิ่มขึ้นเป็น 330 บาทต่อวัน ครมจึงเห็นชอบขยายเงินในส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 1 หมื่นบาทต่อเดือน เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น นายณัฐพรกล่าว นายณัฐพรกล่าวอีกว่า ที่ประชุม ครมยังเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราและวิธีการรับบำเหน็จดำรงชีพ โดยกำหนดให้ผู้รับบำนาญที่มีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป ให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ไม่เกิน 5 แสนบาท กรณีมีการใช้สิทธิไปแล้ว ให้สามารถขอรับสิทธิในส่วนที่ไม่เกินส่วนของผู้นั้น แต่ไม่เกิน 5 แสนบาท ซึ่งเป็นการเพิ่มเติมจากเดิมที่กำหนดให้ผู้รับบำนาญที่มีอายุต่ำกว่า 65 ปีบริบูรณ์ ให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ไม่เกิน 2 แสนบาท และผู้รับบำนาญที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ไม่เกิน 4 แสนบาท แต่หากใช้สิทธิไปแล้ว ให้รับตามสิทธิในส่วนที่ไม่เกินสิทธิของผู้นั้น แต่ไม่เกิน 4 แสนบาท อย่างไรก็ดี คาดว่าจะมีผู้รับบำนาญที่เข้าเกณฑ์ประมาณ 159 แสนราย โดยมีวงเงินที่ใช้ในการดำเนินการทั้งสิ้น 247 หมื่นล้านบาท นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส) เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครมเห็นชอบให้ ธอสจัดทำโครงการบ้านล้านหลังภายใต้วงเงินรวม 6 หมื่นล้านบาท ให้ผู้มีรายได้น้อย กลุ่มคนวัยทำงานหรือผู้ที่กำลังเริ่มต้นสร้างครอบครัว รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุ มีบ้านอยู่อาศัย โดยวงเงินแบ่งเป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับลูกค้ารายย่อย 5 หมื่นล้านบาท สำหรับซื้อบ้านไม่ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ตั้งวงเงินกู้ไว้ 2 หมื่นล้านบาท ให้ผ่อนนานถึง 40 ปี อัตราดอกเบี้ย แบ่งเป็นกรณีรายได้ไม่เกิน 25 บาท/คน/เดือน อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-ปีที่ 5 คงที่ 300% ต่อปี กรณีรายได้เกิน 25 หมื่นบาท/คน/เดือน ตั้งวงเงินกู้ไว้ 3 หมื่นล้านบาท อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-ปีที่ 3 คงที่ 300% โดยทั้ง 2 กรณีเงินกู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระ 3 ปีแรกเริ่มต้นเพียง 38 พันบาท นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมติคณะรัฐมนตรี (ครม) ในมาตรการช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงการอนุมัติโครงการเพื่อผู้สูงอายุ รวม 86,994 ล้านบาท จนถูกมองหวังผลเลือกตั้งว่า หลายโครงการไม่ได้เพิ่งมาคิดและทำในวันนี้ เพราะมีกระบวนการสอบถามความเห็นจากประชาชน ซึ่งใช้เวลามาพอสมควร แต่มาประจวบเหมาะกับเวลาช่วงสิ้นปีพอดี ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง เพราะรัฐบาลมีตัวเลขผู้สูงอายุและผู้มีรายได้น้อยอยู่แล้ว ซึ่งที่แล้วมายังไม่มีรัฐบาลใดออกนโยบายส่งตรงไปยังผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือด้านการเดินทาง การใช้ชีวิต การรักษาพยาบาล โดย พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช ระบุว่าในอนาคต ไม่ว่ารัฐบาลชุดใดเข้ามา ควรนำแนวทางนี้ไปปฏิบัติ เพราะถือว่าตอบรับสังคมผู้สูงวัยในอนาคต นอกจากนี้ยังเห็นประชาชนมีภาระต้องใช้จ่ายเงินจำนวนมากในวงปีใหม่ จึงได้ให้ 500 บาท สำหรับผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าว

Lu Xunbo 2021-03-31 02:44:42

ไม่ใจแคบเหมือนพรรคส้มหวาน น้องวิว คนรุ่นใหม่พรรคชาติพัฒนาพร้อมร่วมกีฬากระชับมิตร 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 09:51 น , สบส แถลงผลสอบ รพพระราม 2 กรณีสาวถูกสามีสาดน้ำกรด พบผิด 5 กระทง สั่งปรับกรณีไม่มีแพทย์ให้การรักษาหญิงถูกสาดน้ำกรด ส่วนอีก 4 กระทงให้ร้องทุกข์กล่าวโทษทั้งผู้ได้รับอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล และผู้ดำเนินการสถานพยาบาล มีโทษจำคุก เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ ที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส) มีการแถลงข่าวสรุปผลการสอบสวนของคณะอนุกรรมการพิจารณาข้อเท็จจริงเรื่องร้องเรียน รพพระราม 2 ปฏิเสธการรักษา และมีการให้บริการทางการแพทย์ที่ไม่ได้มาตรฐาน กรณีสาวถูกสามีสาดน้ำกรดใส่หน้า โดย นพณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ์ อธิบดี สบส กล่าวว่า สบสได้สั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ รพพระราม 2 เพื่อรวบรวมข้อมูลระหว่างเกิดเหตุ ทั้งเอกสารทางการแพทย์ ภาพจากกล้องวงจรปิด และสอบปากคำเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล เพื่อนำเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียน ประกอบด้วยคณะกรรมการ 15 คน และมีการประชุมสรุปผลเมื่อวันที่ 19 พยที่ผ่านมา ตั้งแต่เวลา 1300-1900 น โดยเชิญผู้เกี่ยวข้องตั้งแต่ผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการของ รพพระราม 2 และ รพบางมด ซึ่งเป็นโรงพยาบาลแห่งที่ 2 ที่มีความเกี่ยวข้อง ตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง คือวันที่ 9 พย-19 พย ใช้เวลาพิจารณาทั้งหมดเพียง 10 วัน ผลสรุปของคณะกรรมการทางกองกฎหมายได้ส่งมาเพื่อให้ตนพิจารณาในช่วงเช้าที่ผ่านมามี 5 กรณี ตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พศ2541 1กรณีให้พยาบาลวิชาชีพเป็นผู้ตรวจประเมินอาการผู้ป่วยและให้การรักษาเบื้องต้นโดยไม่มีการรายงานแพทย์ ซึ่งทางคณะกรรมการมีมติว่าอาจจะเข้าข่ายการกระทำผิดในเรื่องไม่มีการควบคุมและดูแลมิให้ผู้ประกอบวิชาชีพในสถานประกอบวิชาชีพผิดไปจากสาขาที่ขออนุญาต เข้าข่ายผิดมาตรา 34 (1) (2) มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท โดยคณะอนุกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ให้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ โดยจะมีการดำเนินคดีในชั้นศาลต่อไป โดยผู้ที่จะถูกดำเนินคดีคือ ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล 2จากการสอบถามพยาบาลที่ให้การตรวจรักษาแล้วได้รายงานผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ผู้ดำเนินการได้สั่งการให้รับผู้ป่วยไว้นอน รพ แสดงว่าผู้ป่วยมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อนที่จะนำผู้ป่วยไปนอนที่ รพตามข้อสั่งการ ซึ่งลักษณะเช่นนี้ ทางคณะกรรมการมีมติว่าอาจจะเข้าข่ายการไม่ควบคุมดูแลให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในสถานพยาบาลปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เข้าข่ายหรือน่าจะมีความผิดตามมาตรา 34 (2) มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท มติของคณะอนุกรรมการให้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อนำไปสู่กระบวนยุติธรรม ซึ่งผู้ที่จะถูกดำเนินคดีก็คือผู้ดำเนินการสถานพยาบาลเช่นเดียวกัน 3กรณีไม่มีแพทย์ให้การช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ป่วย เพื่อคัดแยกระดับความฉุกเฉินตามมาตรฐานที่มีการกำหนดไว้ กรณีนี้อาจจะเข้าข่ายทำผิดตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข และ พรบสถานพยาบาล มาตรา 35 (3) และ (4) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท กรณีนี้อนุกรรมการมีมติให้เปรียบเทียบปรับ ผู้ที่จะถูกลงโทษคือ ผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล กับผู้ดำเนินการสถานพยาบาล 4กรณีไม่ให้การช่วยเหลือดูแลแก่ผู้ป่วยที่อยู่ในสภาพอันตรายและจำเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉิน อาจจะเข้าข่ายผู้ได้รับอนุญาตและผู้ดำเนินการมิได้ควบคุมดูแลให้การรักษาดูแลแก่ผู้ป่วยตามมาตรา 33/1 อัตราโทษเข้าได้กับมาตรา 36 วรรค 1 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท มติกรรมการให้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ผู้กระทำความผิดคือผู้ได้รับอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล กับผู้ดำเนินการสถานพยาบาล และ 5กรณีเมื่อได้ช่วยเหลือเยียวยาแล้ว และอ้างว่าเป็นความต้องการของผู้ป่วยที่ต้องการไปรักษาตัวใน รพแห่งที่ 2 ที่มีสิทธิ์ประกันสังคมอยู่ เข้าข่ายการส่งต่อโดยไม่เหมาะสม ซึ่งอาจจะมีความผิดตามกฎหมาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท ตามมาตรา 36 (3) คณะกรรมการมีมติให้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ นพณัฐวุฒิกล่าวว่า จะเห็นว่ามีการให้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ 4 กรณี และมี 1 กรณีที่ให้เปรียบเทียบปรับ ซึ่งเราได้นำมติเข้าสู่คณะกรรมการเปรียบเทียบปรับ เพื่อกำหนดว่าจะปรับเป็นเงินเท่าไร ก่อนส่งให้คณะกรรมการสอบสวนต่อไป ส่วนการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ พนักงานสอบสวนจะเริ่มเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบสวน และส่งต่อให้พนักงานอัยการมีมติต่อไปว่าจะมีการฟ้องร้องประเด็นใดบ้าง จากนั้นก็เป็นอันสิ้นสุดที่ศาลยุติธรรม นอกจากนี้ยังมีอีกกรณีที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับสถานพยาบาลคือ กรณีพยาบาลที่ได้ให้การรักษาและยอมรับว่ามิได้รายงานแพทย์ จะเข้าข่ายกรณีจริยธรรมในการประกอบวิชาชีพที่ไม่ได้เป็นไปตามาตรฐานที่กำหนด ซึ่งทาง สบสจะได้ส่งเรื่องนี้ไปยังสภาการพยาบาลต่อไป。ตำรวจชุดสืบสวน 3 หน่วยทั้งกองสืบภาค9 กองสืบตำรวจภูธรจสงขลา และกองสืบสภหาดใหญ่ ได้ร่วมกันสืบสวนแกะรอยหาเบาะแสคนร้ายทั้งสองคนจนกระทั่งรู้ตัว ทราบชื่อ นายมานิตย์ หรือจ้อส สามทอง อายุ32 ปี ชาวตทุ่งตำเสา อหาดใหญ่ จสงขลา และนายนพดล หรือเจมส์ สามทอง อายุ18 ปี ชาว ตควนลัง อหาดใหญ่ จสงขลา ซึ่งนายนพดล เพิ่งสึกจากการบวช ซึ่งทั้งสองคนเป็นน้ากับหลานกันแต่หลังจากที่ตำรวจพยายามติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองคนได้ติดต่อเข้ามอบตัวแต่โดยดี。

ชอว์ชา 2021-03-31 02:44:42

กรุงเทพโพลล์สำรวจ หัวอกของพ่อค้าแม่ค้าในช่วงเทศกาลลอยกระทง 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 09:12 น ,ได้ฤกษ์ลากตั้ง กกตสั่งจับฮั้ว! สร้างสีสัน สว 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น 。21 พย61- เพจ พรรครวมพลังประชาชาติไทย - ACT Party โพสต์รูปภาพและรายละเอียดการลงพื้นที่ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานคณะทำงานรณรงค์เชิญชวนประชาชนสมัครสมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติไทย ระบุ ลุยฝนเดินคารวะชาวพังงา 。

ฉินเสี่ยวเหวิน 2021-03-31 02:44:42

นายวีระ กล่าวอีกว่า ผลสำรวจพบอีกว่า ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแนวทางหรือมาตรการให้ใช้กระทงที่ประดิษฐ์ด้วยวัสดุย่อยสลายง่าย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันตั้งใจจะใช้กระทงที่ประดิษฐ์จากต้นกล้วย ใบตอง ดอกบัว ขนมปังพืชผัก โดยสถานที่ที่ปลอยระชาชนจะไป ลอยกระทง มากที่สุดได้แก่ อันดับ1จังหวัดเชียงใหม่ การลอยโคม หรือ ประเพณียี่เป็ง อันดับ2จังหวัดสุโขทัย ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ อันดับ3ภูมิลำเนาของตนเอง อันดับ4จังหวัดตาก ประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป1000ดวง และอันดับ5จังหวัดนครพนม ประเพณีไหลเรือไฟ นอกจากนี้ ประชาชน ร้อยละ8102 สนใจเข้าร่วมชมกิจกรรมในงานประเพณีวันลอยกระทงในจังหวัดของตน เพี่อชมการประกวดกระทงชมการแสดงทางวัฒนธรรม ร่วมกิจกรรมสาธิตอาหารพื้นบ้าน และการสาธิตประดิษฐ์กระทงตามลำดับ, บุ๋ม เข้ายื่นหนังสือถึง ผบตรขอโอนคดีหมอล่วงละเมิดทางเพศคนไข้ให้กองปราบฯ เผยแจ้งความท้องที่นานเป็นเดือน เพิ่งมาเรียกสอบหลังเป็นข่าวครึกโครม ซ้ำร้ายตำรวจกางบันทึกประจำวันให้สื่อถ่ายออกทีวีประจานผู้เสียหาย เผยเจ้าทุกข์โผล่แล้วกว่า 50 ราย ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ นสปนัดดา หรือบุ๋ม วงศ์ผู้ดี ประธานองค์กรทำความดี นำผู้เสียหายที่ถูกสูตินรีแพทย์ในจังหวัดนครสวรรค์ทำอนาจารล่วงละเมิดทางเพศขณะตรวจภายใน จำนวน 6 คน ยื่นหนังสือถึง พลตอจักรทิพย์ ชัยจินดา ผบตร เพื่อขอให้โอนสำนวนการสอบสวนคดีดังกล่าวจาก สภเมืองนครสวรรค์ มาให้กองบังคับการปราบปรามเป็นผู้ทำคดีแทน หลังจากก่อนหน้านี้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความ แต่คดีไม่คืบหน้าเท่าที่ควร นอกจากนี้ยังมีผู้เสียหายเพิ่มขึ้นหลายพื้นที่รวมแล้วกว่า 50 ราย นสปนัดดากล่าวว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนมากว่า 2 เดือน หลังผู้เสียหายเข้าแจ้งความ พนักงานสอบสวน สภเมืองนครสวรรค์กลับไม่พยายามหาพยานหลักฐาน เพิ่งจะมาเรียกสอบหลังจากที่เป็นข่าวครึกโครมขึ้นมา ซึ่งหลังจากนั้นก็มีผู้เสียหายกว่า 50 คน ที่เคยเข้ารับการตรวจภายในที่คลินิกของแพทย์คนดังกล่าว ต่างร้องเรียนว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศในลักษณะเดียวกัน ที่ตกใจมากที่สุดคือมีสื่อนำเสนอชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ของหญิงผู้เสียหาย ทำให้ตัวเขาถูกละเมิดสิทธิ์ สภาพจิตใจย่ำแย่มาก โดยที่ปรากฏเป็นข่าวทางสถานีโทรทัศน์ พบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกางบันทึกประจำวันให้สื่อถ่าย ส่วนการแจ้งความดำเนินคดีของผู้เสียหายขณะนี้ นสปนัดดาเปิดเผยว่า มี 1 คน ที่เหลือขาดอายุความแล้ว เพราะเหตุเกิดมาแล้ว 5-6 ปี แต่หญิงเหล่านั้นยินดีเป็นพยาน เพราะปกติแล้วหญิงที่ถูกกระทำในลักษณะดังกล่าวไม่กล้าที่จะแจ้งความเพราะอาย บางคนมีครอบครัว มีสามีแล้วก็ไม่กล้าแจ้ง แต่ขอแนะนำว่าผู้หญิงถ้าถูกข่มขืนให้ไปตรวจร่างกายภายใน 24 ชั่วโมง เราต้องปกป้องสิทธิ์ของเรา ส่วนที่มีคำถามถึงหลักฐานการดำเนินคดีกับแพทย์คนดังกล่าว ที่อาจต่อสู้คดีว่าเป็นการวินิจฉัยทางการแพทย์ ยืนยันว่าเคสนี้มีหลักฐานที่ไม่ใช่เครื่องมือการแพทย์แน่นอน แต่ไม่ขอเปิดเผย ในตอนท้าย นสปนัดดากล่าวว่า ขอให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติช่วยตรวจสอบด้วยว่าตำรวจเป็นคนเปิดเผยรายชื่อผู้เสียหายหรือไม่ ส่วนสื่อที่เสนอข่าวอาจจะมีการฟ้องดำเนินการทางกฎหมาย ด้านนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม กล่าวว่า ตนพร้อมทีมแพทย์จะลงพื้นที่ จนครสวรรค์เพื่อดูพยานหลักฐาน หลังเหยื่อสาววัย29ปีอ้างว่าเคยถูกหมอล่วงละเมิดทางเพศ โดยจะตรวจดูว่ามีการลงบันทึกยอมความกันไว้หรือไม่ถ้ามี สามารถนำมาประกอบเป็นพยานหลักฐานบางอย่างได้รวมทั้งข้อความทางไลน์เกี่ยวกับการโอนเงินจำนวน3แสนบาท โดยหากทางหมอทำผิดก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ถ้าหมอบริสุทธิ์ เหยื่อก็ต้องรับผิดชอบอย่างไรก็ตาม กรณีมีการส่งข้อความแช้ตทางไลน์เหมือนกับว่าหมอกับคนไข้สนิทสนมในเชิงชู้สาว โดยหมอบอกว่าจะดูแลจนชั่วชีวิตเป็นข้อความระหว่างหมอกับคนไข้ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้รวมทั้งมีการซื้อของจากต่างประเทศมาฝากดูแล้วห่วงใยเกินระหว่างหมอกับคนไข้ ซึ่งเราจะตรวจสอบว่าทำไมต้องโอนเงินให้คนไข้ ถ้าตัวเองไม่ได้ทำผิด นายอัจฉริยะกล่าวว่า ขณะนี้ผู้เสียหายมีประมาณ 3 ราย แม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นในปี2559ก็สามารถดำเนินคดีได้เพราะเพิ่งรู้ว่าไม่ใช่การรักษาทางการแพทย์ นพณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส) กล่าวถึงกรณีนี้ว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดนครสวรรค์ จึงมอบอำนาจหน้าที่การตรวจสอบให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ) นครสวรรค์ ดำเนินการ โดย สบสจะเป็นพี่เลี้ยงในกรณีร้องขอให้ช่วยเรื่องข้อกฎหมาย แต่กรณีนี้จะเกี่ยวข้องกับ พรบสถานพยาบาล พศ2541 เพียงประเด็นเดียว เรื่องไม่ได้ควบคุมกำกับให้เกิดความปลอดภัยในการให้บริการ ส่วนประเด็นอื่นจะเป็นเรื่องการเข้าข่ายความเสียหายส่วนบุคคลที่อาจเป็นคดีอาญา ดังนั้นต้องไปฟ้องร้องกันในชั้นศาล เรื่องนี้เป็นความผิดที่มีอัตราโทษค่อนข้างสูง จึงต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องร้องเรียนเช่นกัน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย แต่ทาง สบสยังไม่ได้รับการรายงานผลกการตรวจสอบแต่อย่างใด ทพอาคม ประดิษฐสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักสถานพยาบาลและประกอบโรคศิลปะ กล่าวว่า สบสจะลงไปตรวจสอบคลินิกแห่งนี้ว่าได้มาตรฐานจริงหรือไม่ โดยจะนำเข้าคณะกรรมการสถานพยาบาลพิจารณาในการอนุญาตเปิดคลินิกต่อไป ส่วนประเด็นจำเป็นหรือไม่ที่ต้องมีบุคคลที่ 3 ในห้องตรวจคนไข้ สำหรับคลินิกนรีเวชระหว่างการตรวจภายใน จะต้องมีบุคคลที่ 3 หรือมีผู้ช่วยแพทย์ที่เป็นผู้หญิงคอยอยู่กับแพทย์ขณะตรวจภายในห้องเสมอ เรื่องนี้ถือเป็นมาตรฐาน หากไม่มีก็ถือว่าไม่เหมาะสม และต้องมีการปรับ ส่วนเรื่องการลวนลามหรือกระทำอนาจารคนไข้ เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องสืบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป。ผวากลุ่มทุนผูกขาดสบช่อง ฮุบผลประโยชน์จากกัญชา 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น ไบโอไทยพบข้อมูลต่างชาติยื่น 13 คำขอสิทธิบัตรเกี่ยวกับกัญชา มี 2 คำขอละทิ้ง เหลือ 11 คำขอ แฉกรมทรัพย์สินฯ ถอนแค่ฉบับเดียว อีก 10 ยังเดินหน้าต่อ แถมกำลังจะได้สิทธิบัตรอีก 2 ขณะที่ มรังสิตผวา 3 กลุ่มทุนผูกขาดสวาปาม ด้าน สนธิรัตน์ แจงยิบทุกอย่างเปิดเผย ตรวจสอบได้ นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย) กล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ถึงกรณีนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ออกมาประกาศแก้ปัญหาการจดสิทธิบัตรกัญชาว่า การที่นายสนธิรัตน์ออกมาพูดมีการถอนสิทธิบัตรกัญชานั้น จริงๆ แค่เพิกถอน 1 ตัว โดยจากข้อมูลที่ทางเครือข่ายฯ ได้สืบค้นในฐานข้อมูลกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่พอจะหาได้ พบว่าล่าสุดมีต่างชาติมายื่นขอสิทธิบัตรเกี่ยวกับกัญชา 13 คำขอ โดยมี 2 คำขอละทิ้ง จะเหลือ 11 คำขอ ปรากฏว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุว่า ถอนสิทธิบัตรกัญชาที่ขัด ม9 (1) เรื่องสารธรรมชาติในกัญชาจดไม่ได้ ซึ่งมีแค่ 1 คำขอเท่านั้น แต่ที่เหลืออีก 10 คำขอยังเดินหน้าต่อไป ที่สำคัญตนพบว่ามี 2 คำขอที่กำลังจะได้สิทธิบัตร ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องลดอาการปวด และเป็นการยื่นขอสิทธิบัตรเรื่องสารในกัญชาที่เรียกว่า THC นายวิฑูรย์กล่าวว่า อยากให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุให้ชัดว่า ที่มาขอจดนั้นไม่เกี่ยวกับสารในกัญชา ซึ่งเป็นสารในธรรมชาติจริงๆ เพราะค่อนข้างไม่มั่นใจ และหากให้สิทธิบัตรแล้วจะกระทบต่อนักวิจัยที่พัฒนาสารสกัดกัญชาเพื่อทางการแพทย์หรือไม่ อีกทั้งที่เรากังวลคือ ที่ยังยื่นคำขออยู่นั้น ไม่ขัดกับ ม9 (1) และไม่ขัดต่อ ม9 (4) ที่ไม่ให้อ้างสรรพคุณด้วยหรือไม่ รวมไปถึง ม5 ของ พรบสิทธิบัตรฯ ระบุว่าต้องเป็นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ซึ่งหลายอย่างภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยมีการนำมาใช้อยู่แล้ว ตรงนี้กรมทรัพย์สินฯ ต้องชัดเจน อีกทั้งล่าสุดทราบข่าวมาว่าทางคุณสนธิรัตน์ต้องการหารือร่วมกับกลุ่มนั้นก็ยินดี รอแค่มีการติดต่อมา อย่างไรก็ตาม ในส่วนของภาคประชาสังคมต้องเดินหน้าปกป้องสิทธิของคนไทย เพราะกรณีที่เกิดขึ้นชัดเจนว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญา ไม่มีความพยายามในการปกป้องสิทธิของคนไทย นักวิจัยไทย ถ้าไม่มีการตรวจสอบหรือพบเรื่องนี้ ก็คงเลยตามเลยหรือไม่ นายวิฑูรย์กล่าวต่อว่า ขณะนี้ทางเครือข่ายฯ และทางมหาวิทยาลัยรังสิตได้ทำหนังสือส่งถึง พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) เพื่อขอให้พิจารณาและปกป้องสิทธิคนไทย โดยปฏิรูปกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพราะไม่ใช่แค่เรื่องสิทธิบัตรกัญชาเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องสิทธิบัตรอื่นๆ รวมทั้งจะเสนอให้นายกฯ พิจารณาแก้ไขตัวร่างกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ที่กำลังผลักดันอยู่ ว่า เปิดโอกาสให้เอกชนคนไทยได้มีสิทธิวิจัยพัฒนาและผลิตเพื่อประโยชน์ของคนไทยได้ด้วย ไม่ควรให้มีการผูกขาดโดยรัฐ ด้านนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงกรณี รมวพาณิชย์มีคำสั่งให้ยกเลิกคำขอสิทธิบัตรกัญชาว่า การเพิกถอนคำขอสิทธิบัตรกัญชาเพียง 1 คำขอ ยังไม่เป็นที่วางใจ เพราะยังเหลืออีก 8 คำขอ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด ซึ่ง รมวพาณิชย์ก็อ้างว่า 8 คำขอนี้เป็นการใช้สารสกัดจากกัญชาที่ไปปนกับยาอื่น แต่เมื่อไม่มีการเปิดเผย ก็เป็นที่น่าสงสัยว่าจริงหรือไม่ หรือหากจริง ก็ต้องมาดูว่าเป็นการจดในการรักษาโรคอะไร วิธีการใช้ซ้ำกับสิ่งที่ไม่ควรจดสิทธิบัตรหรือไม่ ตรงนี้ยังเป็นความลับ ไม่มีใครทราบ อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าทางที่ดีควรจะเพิกถอนคำขอออกไปทั้งหมด เพราะที่ผ่านมากัญชายังเป็นยาเสพติด คนไทยยังไม่มีการทดลองใช้สาร THC และ CBD ในมนุษย์เลย เมื่อมีความเหลื่อมล้ำของงานวิชาการ ควรจะต้องยกเลิกคำขอทั้งหมด จะปล่อยให้ต่างชาติจดสิทธิบัตรโดยที่คนไทยยังไม่เคยวิจัยได้อย่างไร และประเทศไทยระบุว่า ในการใช้กัญชาทางการแพทย์มีข้อบ่งชี้เพียง 4 กลุ่มโรค โดยอ้างจากงานวิจัยของเมืองนอกว่าทำได้เท่านี้ ถือว่าเป็นกลุ่มโรคที่แคบมาก แต่กลับปล่อยให้ต่างชาติยื่นคำขอสิทธิบัตรกัญชาเรื่องมะเร็ง แต่คนไทยต้องรออย่างน้อย 5 ปี จากงานวิจัยของภาครัฐ ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์นี้ได้อย่างไร จึงมองว่าต้องเซตซีโรยกเลิกคำขอไปทั้งหมด นายปานเทพกล่าวว่า นอกจากต่างชาติเดินหน้าจดสิทธิบัตรแล้ว ยังมีอีก 2 เรื่องที่น่ากังวลและต้องติดตาม คือ 1การแก้ไขกฎหมายยาเสพติดที่แก้โดยให้ระบุว่า เพื่อประโยชน์ของทางราชการ และ 2ยังไม่ระบุให้แพทย์แผนไทยได้ใช้ ซึ่งต้องมาดูว่าจะแก้กฎหมายออกมาในลักษณะใด เพราะหากแก้กฎหมายเพื่อประโยชน์ราชการ ถามว่าแพทย์แผนไทยจะไปปรุงยาตามคลินิกของแพทย์แผนไทยได้อย่างไร เพราะบางกรณีต้องปรุงสด ปรุงกับน้ำกระสาย หรือต้องเพาะปลูกและทำเดี๋ยวนั้น เพราะมีเวลา มีฤดูกาล มีสูตรที่กำหนดไว้ บางครั้งต้องใช้เป็นช่อ ใบ หรือดอก แต่ถ้ากฎหมายปลดล็อกให้แพทย์แผนไทยได้ จะไม่มีใครผูกขาดสัมปทานกัญชาได้เลย ซึ่งการแก้กฎหมายฉบับ สนชนี้ ต้องดูว่าจะชิงธงให้ประโยชน์แพทย์แผนไทยอย่างเต็มที่ หรือทำลายแพทย์แผนไทยเพื่อหวังผูกขาด โดยเฉพาะต้องแก้ไขสองคำนี้คือ เพื่อประโยชน์ทางราชการ เป็นเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์หรือไม่ และให้เอกชนทำได้แค่วิจัยและพัฒนา จะรวมถึงการครอบครองและจำหน่ายด้วยหรือไม่ ถ้าทำไม่ได้ก็แปลว่าธงนี้ยังเป็นเพื่อประโยชน์ของคน 3 กลุ่ม กลุ่มแรกคือต่างชาติที่ทำการจดสิทธิบัตรไว้ล่วงหน้า, กลุ่มที่สองคือกลุ่มที่กำลังรอให้ผูกขาดโดยภาครัฐ หวังเข้าสัมปทานเหมือนสุราแล้วผูกขาด และกลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มทุนพลังงานกลุ่มหนึ่งอ้างว่าอยากจะลงทุนเรื่องยารักษาโรคมะเร็ง และมีความปรารถนาอยากร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ แต่ไม่มีใครรู้ว่ากลุ่มทุนนี้คาดหวังเรื่องกัญชาด้วยหรือไม่ ดังนั้น หากให้ผูกขาดโดยราชการ ก็มีโอกาสปล่อยต่ออีกทอดกับ 3 กลุ่มนี้วิ่งเต้นผูกขาดต่อ ถือว่าน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง นายปานเทพกล่าวว่า แพทย์แผนไทยจะต้องได้ใช้กัญชา และไม่ต้องวิจัยแล้ว เพราะวิจัยมาหลายร้อยปีแล้ว และมีการทดลองในมนุษย์จริงมานาน ซึ่งเจตนาขององค์การอนามัยโลกคือ แพทย์แผนโบราณแต่เดิมไม่ต้องวิจัยก็ใช้ได้ ยกเว้นกรณีความเป็นพิษหรือไม่สะอาดแค่นั้น พ้นจากนี้ต้องใช้ได้ ถ้าอ้างวิจัย 5 ปี ที่ทำทีละนิด 4 ตำรับ แต่แพทย์แผนไทยมีกว่า 2,000 ตำรับ การจะทำแบบนี้คือกีดกันไม่ให้แพทย์แผนไทยใช้หรือไม่ ซึ่งหากปลดล็อกกัญชาทางการแพทย์แบบนี้ เท่ากับขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 55 ซึ่งบอกว่าต้องสนับสนุนส่งเสริมแพทย์แผนไทยสูงสุดหรือไม่ ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีภาคประชาสังคมได้ตั้งข้อสังเกตว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญาเตรียมรับจดสิทธิบัตร 2 คำขอ ได้แก่ คำขอเลขที่ 0601002456 และคำขอเลขที่ 0501005232 ว่าเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะ 2 คำขอดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้แจ้งปฏิเสธการจดสิทธิบัตรแล้ว แต่เนื่องจากในกระบวนการจดทะเบียนสิทธิบัตร เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบขั้นการประดิษฐ์อย่างละเอียดแล้ว จะต้องแจ้งผลให้ผู้ยื่นคำขอทราบ และหากผู้ยื่นคำขอไม่เห็นด้วย ก็จะชี้แจงเหตุผล ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่ชี้แจง กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะยกเลิกคำขอตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ในการตรวจสอบคำขอจดสิทธิบัตร ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ ไม่ว่าจะเป็นคำขอที่มีสารสกัดจากกัญชาเป็นส่วนประกอบ หรือคำขอจดสิทธิบัตรอื่นๆ โดยที่ผ่านมา มีการพูดถึงคำขอจดสิทธิบัตรสารสกัดจากกัญชา 11 คำขอ ซึ่งเป็นไปตามข่าว แต่เมื่อมีข้อสงสัย จึงได้สั่งการให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาไปตรวจสอบข้อมูลคำขอสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับตำรับยา โดยมีสารสกัดจากกัญชาเป็นส่วนประกอบเพิ่มเติมว่ามีจำนวนเท่าใด ซึ่งได้รับรายงานว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 31 คำขอ คำขอสิทธิบัตรที่ผ่านการตรวจสอบเบื้องต้น กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะประกาศโฆษณาเพื่อเปิดเผยรายละเอียดการประดิษฐ์แก่สาธารณะ ซึ่งประชาชนสามารถเข้าไปตรวจค้นในระบบได้ด้วยตนเองทางเว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญา และหากต้องการคัดสำเนาคำขอ ก็สามารถมาขอดำเนินการได้ที่กรม การดำเนินการในขั้นตอนต่างๆ ดังกล่าวเป็นที่เปิดเผย ไม่มีการปกปิด และสามารถตรวจสอบได้ นายสนธิรัตน์กล่าว วันเดียวกัน ที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล นายอัครเดช ฉากจินดา ที่ปรึกษายุทธศาสตร์การรณรงค์ขับเคลื่อนกัญชาเสรีประเทศไทย พร้อมภาคีเครือข่ายกลุ่มผู้นิยมพืชกัญชา ราว 30 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) เพื่อขอให้รัฐบาลให้ปลูกเสรีกัญชาเพื่อทางการแพทย์บนผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง และเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมถึงคัดค้านการให้สิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับพืชกัญชาแก่บริษัทต่างชาติ。

หมิงมู่จง 2021-03-31 02:44:42

ก่อนจะปลดล็อก กัญชา พัฒนา กัญชง ไปถึงไหนแล้ว? 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น ,ผวากลุ่มทุนผูกขาดสบช่อง ฮุบผลประโยชน์จากกัญชา 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น ไบโอไทยพบข้อมูลต่างชาติยื่น 13 คำขอสิทธิบัตรเกี่ยวกับกัญชา มี 2 คำขอละทิ้ง เหลือ 11 คำขอ แฉกรมทรัพย์สินฯ ถอนแค่ฉบับเดียว อีก 10 ยังเดินหน้าต่อ แถมกำลังจะได้สิทธิบัตรอีก 2 ขณะที่ มรังสิตผวา 3 กลุ่มทุนผูกขาดสวาปาม ด้าน สนธิรัตน์ แจงยิบทุกอย่างเปิดเผย ตรวจสอบได้ นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย) กล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ถึงกรณีนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ออกมาประกาศแก้ปัญหาการจดสิทธิบัตรกัญชาว่า การที่นายสนธิรัตน์ออกมาพูดมีการถอนสิทธิบัตรกัญชานั้น จริงๆ แค่เพิกถอน 1 ตัว โดยจากข้อมูลที่ทางเครือข่ายฯ ได้สืบค้นในฐานข้อมูลกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่พอจะหาได้ พบว่าล่าสุดมีต่างชาติมายื่นขอสิทธิบัตรเกี่ยวกับกัญชา 13 คำขอ โดยมี 2 คำขอละทิ้ง จะเหลือ 11 คำขอ ปรากฏว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุว่า ถอนสิทธิบัตรกัญชาที่ขัด ม9 (1) เรื่องสารธรรมชาติในกัญชาจดไม่ได้ ซึ่งมีแค่ 1 คำขอเท่านั้น แต่ที่เหลืออีก 10 คำขอยังเดินหน้าต่อไป ที่สำคัญตนพบว่ามี 2 คำขอที่กำลังจะได้สิทธิบัตร ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องลดอาการปวด และเป็นการยื่นขอสิทธิบัตรเรื่องสารในกัญชาที่เรียกว่า THC นายวิฑูรย์กล่าวว่า อยากให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุให้ชัดว่า ที่มาขอจดนั้นไม่เกี่ยวกับสารในกัญชา ซึ่งเป็นสารในธรรมชาติจริงๆ เพราะค่อนข้างไม่มั่นใจ และหากให้สิทธิบัตรแล้วจะกระทบต่อนักวิจัยที่พัฒนาสารสกัดกัญชาเพื่อทางการแพทย์หรือไม่ อีกทั้งที่เรากังวลคือ ที่ยังยื่นคำขออยู่นั้น ไม่ขัดกับ ม9 (1) และไม่ขัดต่อ ม9 (4) ที่ไม่ให้อ้างสรรพคุณด้วยหรือไม่ รวมไปถึง ม5 ของ พรบสิทธิบัตรฯ ระบุว่าต้องเป็นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ซึ่งหลายอย่างภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยมีการนำมาใช้อยู่แล้ว ตรงนี้กรมทรัพย์สินฯ ต้องชัดเจน อีกทั้งล่าสุดทราบข่าวมาว่าทางคุณสนธิรัตน์ต้องการหารือร่วมกับกลุ่มนั้นก็ยินดี รอแค่มีการติดต่อมา อย่างไรก็ตาม ในส่วนของภาคประชาสังคมต้องเดินหน้าปกป้องสิทธิของคนไทย เพราะกรณีที่เกิดขึ้นชัดเจนว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญา ไม่มีความพยายามในการปกป้องสิทธิของคนไทย นักวิจัยไทย ถ้าไม่มีการตรวจสอบหรือพบเรื่องนี้ ก็คงเลยตามเลยหรือไม่ นายวิฑูรย์กล่าวต่อว่า ขณะนี้ทางเครือข่ายฯ และทางมหาวิทยาลัยรังสิตได้ทำหนังสือส่งถึง พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) เพื่อขอให้พิจารณาและปกป้องสิทธิคนไทย โดยปฏิรูปกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพราะไม่ใช่แค่เรื่องสิทธิบัตรกัญชาเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องสิทธิบัตรอื่นๆ รวมทั้งจะเสนอให้นายกฯ พิจารณาแก้ไขตัวร่างกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ที่กำลังผลักดันอยู่ ว่า เปิดโอกาสให้เอกชนคนไทยได้มีสิทธิวิจัยพัฒนาและผลิตเพื่อประโยชน์ของคนไทยได้ด้วย ไม่ควรให้มีการผูกขาดโดยรัฐ ด้านนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงกรณี รมวพาณิชย์มีคำสั่งให้ยกเลิกคำขอสิทธิบัตรกัญชาว่า การเพิกถอนคำขอสิทธิบัตรกัญชาเพียง 1 คำขอ ยังไม่เป็นที่วางใจ เพราะยังเหลืออีก 8 คำขอ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด ซึ่ง รมวพาณิชย์ก็อ้างว่า 8 คำขอนี้เป็นการใช้สารสกัดจากกัญชาที่ไปปนกับยาอื่น แต่เมื่อไม่มีการเปิดเผย ก็เป็นที่น่าสงสัยว่าจริงหรือไม่ หรือหากจริง ก็ต้องมาดูว่าเป็นการจดในการรักษาโรคอะไร วิธีการใช้ซ้ำกับสิ่งที่ไม่ควรจดสิทธิบัตรหรือไม่ ตรงนี้ยังเป็นความลับ ไม่มีใครทราบ อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าทางที่ดีควรจะเพิกถอนคำขอออกไปทั้งหมด เพราะที่ผ่านมากัญชายังเป็นยาเสพติด คนไทยยังไม่มีการทดลองใช้สาร THC และ CBD ในมนุษย์เลย เมื่อมีความเหลื่อมล้ำของงานวิชาการ ควรจะต้องยกเลิกคำขอทั้งหมด จะปล่อยให้ต่างชาติจดสิทธิบัตรโดยที่คนไทยยังไม่เคยวิจัยได้อย่างไร และประเทศไทยระบุว่า ในการใช้กัญชาทางการแพทย์มีข้อบ่งชี้เพียง 4 กลุ่มโรค โดยอ้างจากงานวิจัยของเมืองนอกว่าทำได้เท่านี้ ถือว่าเป็นกลุ่มโรคที่แคบมาก แต่กลับปล่อยให้ต่างชาติยื่นคำขอสิทธิบัตรกัญชาเรื่องมะเร็ง แต่คนไทยต้องรออย่างน้อย 5 ปี จากงานวิจัยของภาครัฐ ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์นี้ได้อย่างไร จึงมองว่าต้องเซตซีโรยกเลิกคำขอไปทั้งหมด นายปานเทพกล่าวว่า นอกจากต่างชาติเดินหน้าจดสิทธิบัตรแล้ว ยังมีอีก 2 เรื่องที่น่ากังวลและต้องติดตาม คือ 1การแก้ไขกฎหมายยาเสพติดที่แก้โดยให้ระบุว่า เพื่อประโยชน์ของทางราชการ และ 2ยังไม่ระบุให้แพทย์แผนไทยได้ใช้ ซึ่งต้องมาดูว่าจะแก้กฎหมายออกมาในลักษณะใด เพราะหากแก้กฎหมายเพื่อประโยชน์ราชการ ถามว่าแพทย์แผนไทยจะไปปรุงยาตามคลินิกของแพทย์แผนไทยได้อย่างไร เพราะบางกรณีต้องปรุงสด ปรุงกับน้ำกระสาย หรือต้องเพาะปลูกและทำเดี๋ยวนั้น เพราะมีเวลา มีฤดูกาล มีสูตรที่กำหนดไว้ บางครั้งต้องใช้เป็นช่อ ใบ หรือดอก แต่ถ้ากฎหมายปลดล็อกให้แพทย์แผนไทยได้ จะไม่มีใครผูกขาดสัมปทานกัญชาได้เลย ซึ่งการแก้กฎหมายฉบับ สนชนี้ ต้องดูว่าจะชิงธงให้ประโยชน์แพทย์แผนไทยอย่างเต็มที่ หรือทำลายแพทย์แผนไทยเพื่อหวังผูกขาด โดยเฉพาะต้องแก้ไขสองคำนี้คือ เพื่อประโยชน์ทางราชการ เป็นเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์หรือไม่ และให้เอกชนทำได้แค่วิจัยและพัฒนา จะรวมถึงการครอบครองและจำหน่ายด้วยหรือไม่ ถ้าทำไม่ได้ก็แปลว่าธงนี้ยังเป็นเพื่อประโยชน์ของคน 3 กลุ่ม กลุ่มแรกคือต่างชาติที่ทำการจดสิทธิบัตรไว้ล่วงหน้า, กลุ่มที่สองคือกลุ่มที่กำลังรอให้ผูกขาดโดยภาครัฐ หวังเข้าสัมปทานเหมือนสุราแล้วผูกขาด และกลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มทุนพลังงานกลุ่มหนึ่งอ้างว่าอยากจะลงทุนเรื่องยารักษาโรคมะเร็ง และมีความปรารถนาอยากร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ แต่ไม่มีใครรู้ว่ากลุ่มทุนนี้คาดหวังเรื่องกัญชาด้วยหรือไม่ ดังนั้น หากให้ผูกขาดโดยราชการ ก็มีโอกาสปล่อยต่ออีกทอดกับ 3 กลุ่มนี้วิ่งเต้นผูกขาดต่อ ถือว่าน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง นายปานเทพกล่าวว่า แพทย์แผนไทยจะต้องได้ใช้กัญชา และไม่ต้องวิจัยแล้ว เพราะวิจัยมาหลายร้อยปีแล้ว และมีการทดลองในมนุษย์จริงมานาน ซึ่งเจตนาขององค์การอนามัยโลกคือ แพทย์แผนโบราณแต่เดิมไม่ต้องวิจัยก็ใช้ได้ ยกเว้นกรณีความเป็นพิษหรือไม่สะอาดแค่นั้น พ้นจากนี้ต้องใช้ได้ ถ้าอ้างวิจัย 5 ปี ที่ทำทีละนิด 4 ตำรับ แต่แพทย์แผนไทยมีกว่า 2,000 ตำรับ การจะทำแบบนี้คือกีดกันไม่ให้แพทย์แผนไทยใช้หรือไม่ ซึ่งหากปลดล็อกกัญชาทางการแพทย์แบบนี้ เท่ากับขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 55 ซึ่งบอกว่าต้องสนับสนุนส่งเสริมแพทย์แผนไทยสูงสุดหรือไม่ ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีภาคประชาสังคมได้ตั้งข้อสังเกตว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญาเตรียมรับจดสิทธิบัตร 2 คำขอ ได้แก่ คำขอเลขที่ 0601002456 และคำขอเลขที่ 0501005232 ว่าเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะ 2 คำขอดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้แจ้งปฏิเสธการจดสิทธิบัตรแล้ว แต่เนื่องจากในกระบวนการจดทะเบียนสิทธิบัตร เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบขั้นการประดิษฐ์อย่างละเอียดแล้ว จะต้องแจ้งผลให้ผู้ยื่นคำขอทราบ และหากผู้ยื่นคำขอไม่เห็นด้วย ก็จะชี้แจงเหตุผล ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่ชี้แจง กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะยกเลิกคำขอตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ในการตรวจสอบคำขอจดสิทธิบัตร ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ ไม่ว่าจะเป็นคำขอที่มีสารสกัดจากกัญชาเป็นส่วนประกอบ หรือคำขอจดสิทธิบัตรอื่นๆ โดยที่ผ่านมา มีการพูดถึงคำขอจดสิทธิบัตรสารสกัดจากกัญชา 11 คำขอ ซึ่งเป็นไปตามข่าว แต่เมื่อมีข้อสงสัย จึงได้สั่งการให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาไปตรวจสอบข้อมูลคำขอสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับตำรับยา โดยมีสารสกัดจากกัญชาเป็นส่วนประกอบเพิ่มเติมว่ามีจำนวนเท่าใด ซึ่งได้รับรายงานว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 31 คำขอ คำขอสิทธิบัตรที่ผ่านการตรวจสอบเบื้องต้น กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะประกาศโฆษณาเพื่อเปิดเผยรายละเอียดการประดิษฐ์แก่สาธารณะ ซึ่งประชาชนสามารถเข้าไปตรวจค้นในระบบได้ด้วยตนเองทางเว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญา และหากต้องการคัดสำเนาคำขอ ก็สามารถมาขอดำเนินการได้ที่กรม การดำเนินการในขั้นตอนต่างๆ ดังกล่าวเป็นที่เปิดเผย ไม่มีการปกปิด และสามารถตรวจสอบได้ นายสนธิรัตน์กล่าว วันเดียวกัน ที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล นายอัครเดช ฉากจินดา ที่ปรึกษายุทธศาสตร์การรณรงค์ขับเคลื่อนกัญชาเสรีประเทศไทย พร้อมภาคีเครือข่ายกลุ่มผู้นิยมพืชกัญชา ราว 30 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) เพื่อขอให้รัฐบาลให้ปลูกเสรีกัญชาเพื่อทางการแพทย์บนผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง และเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมถึงคัดค้านการให้สิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับพืชกัญชาแก่บริษัทต่างชาติ。 ล่าสุด เจอ รองนิพิฏฐ์ ณ ที่ทำการพรรค ถามถึงความคืบหน้าในเรื่องนี้ ได้รับคำตอบว่า อ๋อ ท่านบอกให้รอ 13 ปี งั้นผมขออนุญาตไม่รอแล้วครับ ฮ่าๆๆ。

ความคิดเห็นที่ร้อนแรง
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ จดทะเบียน

แทง บอล ออนไลน์ ขั้น ต่ํา 10| ufa678 ac| ligaz888thai| แทงบอล ca| ligaz888 agent| ufa678 ir| databet88 สมัคร| ufa678 radio| 77up 77upclub.com| แทงบอล click2sbobet| i99win new| databet88 agent| i99win reset| ufa24hrs| แทง บอล 77 ro| deposit nova88| วิธี แทง บอล ufabet| ufa678 xe| nova88 agent| แทง บอล 77 online| ufa800 ดีไหม| mm88win iphone| nova 88 floor plan| fifa55hd xn| fifa55hd zombie| mm88bet ทางเข้า| fifa55hd king| fifa55hot| nova88 apk download| sbobetsh visa| databet88 ดีไหม| fifa55hd app| fifa55 gold| ufa800 สมัคร| แทง บอล 77 gb| ufa678 bet| fifa55 thailand| แทง บอล 77 ais| fifa55 pantip| sboibc888 โปรโมชั่น| i99bet แจกเครดิตฟรี| 77up agent| ufa147a cable| แทง บอล 77 mhz| แทงบอล mm88| fifa55.member| databet88.com| ufabet1688 mobile| i99win iphone| winner55 แทงบอล| ufabet888.com| ufabet1688 club| แทงบอล paypal| ufa365 ดีไหม| ufabet main| mm88fc. bet| mm88win fb| sboibc888 review| fifa55 live| วิธี แทง บอล sbobet| mm88win sport| แทงบอล aos| bot แทงบอล| ufa678 result| sa gaming แทงบอล| mm88bet เครดิตฟรี| แทง บอล 77 ro| แทง บอล 77 live| sbobetsh online| แทง บอล สูง ต่ํา pantip| แจแทงบอล ktc| แทงบอล w88| i99win.com| แทง บอล 77 kb| แทง บอล 77 ho| แทง บอล 77 fb| ufa007vip| nova88 pc| ufa678 twitter| bot แทงบอล| i99win jojo| แทง บอล 77 true| i99win usb| mm88win power| mm88win network|