================================================== -->

betslotxo

พงศ์พร เตรียมตั้งโต๊ะแถลงใหญ่ 21 มิย ตอบทุกประเด็นเกี่ยวกับพระ หลัง มส-พศ ถูกโจมตีหนัก สุวพันธุ์ ซัดมีหลายองค์กรเคลื่อนไหวบิดเบือนศาสนา ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาฯ ปัดปลุกระดมมวลชน โพลชี้ ปชชหนุนปฏิรูปองค์กรสงฆ์ ระบุคดีเงินทอนวัดไม่บั่นทอนความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา เมื่อวันอาทิตย์ มีรายงานจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ) แจ้งว่า ในการประชุมมหาเถรสมาคม (มส) วงรอบประจำเดือน วันพฤหัสบดีที่ 21 มิยนี้ พตทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการ พศ เตรียมจะตั้งโต๊ะแถลงข่าวครั้งใหญ่ เพื่อตอบคำถาม ชี้แจงประเด็นข้อสงสัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับพระพุทธศาสนาในช่วงที่ผ่านมา อาทิ เรื่องการทุจริตเงินทอนวัด การจับกุมพระผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้อง เรื่องที่ พศถูกโจมตีและกล่าวหาว่าทำลายพระพุทธศาสนา การเคลื่อนไหวและบิดเบือนข้อมูลในช่วงนี้ ตลอดจนการเคลื่อนไหวของกลุ่มองค์กรชาวพุทธต่างๆ มีรายงานด้วยว่า ในการแถลงข่าวอาจจะมีพระผู้ใหญ่ใน มสออกมาแถลงถึงเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นด้วย เพราะเกรงจะถูกมองว่าฆราวาสเข้ามาบงการคณะสงฆ์ นอกจากนี้ยังจะเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ซักถามข้อสงสัยต่างๆ สาเหตุที่ พตทพงศ์พรต้องออกมาแถลงข่าวทั้งที่ก่อนหน้านี้พยายามหลบเลี่ยงหรือไม่ค่อยให้สัมภาษณ์ใดๆ เป็นเพราะช่วงที่ผ่านมา มสและ พศถูกโจมตีอย่างหนักมาก จนต้องออกชี้แจงบ้าง เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และหลังจากนี้ให้จับตาว่า พตทพงศ์พรอาจจะให้สัมภาษณ์มากขึ้น เพราะเริ่มมีการบิดเบือนข้อมูลต่างๆ จำเป็นต้องชี้แจงเป็นระยะ แหล่งข่าวจาก พศระบุ ขณะที่นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีองค์กรพิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งชาติ (อพช) ออกมาเคลื่อนไหวจะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความ พรบคณะสงฆ์ การจับพระสึกก่อนมีคำพิพากษาเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่า ปัจจุบันมีหลายองค์กรเคลื่อนไหว มีกิจกรรม และความเห็นมีทั้งสอดคล้องกันและแตกต่างกัน บางองค์กรทำโพลสำรวจความคิดเห็นเรื่องการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ในภาพรวมจะเห็นได้ว่าคนไทยส่วนใหญ่มีความห่วงใยเรื่องราวความเป็นไปของพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์ ตนจึงอยากเห็นความถูกต้อง ความดีงาม อยากเห็นการปฏิรูปในทุกด้าน ทุกฝ่ายจึงต้องช่วยกันให้เรื่องเหล่านี้ให้เกิดขึ้นให้จงได้ มีการเคลื่อนไหวบางเรื่องที่เกี่ยวกับข้อกฎหมาย ผมคงให้ความเห็นไม่ได้ แต่ทุกฝ่ายมีสิทธิยื่นเรื่องให้องค์กรกลางตรวจสอบ แต่อยากจะบอกว่า เรื่องพระพุทธศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ข้อมูลข่าวสารที่มีในสังคมออนไลน์มีจำนวนมากที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง เป็นเรื่องของการบิดเบือน เช่น รัฐกำลังจะเก็บภาษีจากวัด หรือกำลังเข้าไปตรวจสอบจัดระเบียบ หรือกำลังจะใช้กฎหมายทำลายพระพุทธศาสนา หรือแม้แต่การชักชวนให้ชุมนุมกันเพื่อปกป้องพระพุทธศาสนา ต้องเรียนว่าเรื่องเหล่านี้ไม่เป็นความจริง หลายเรื่องส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงไปแล้ว เช่น สรรพากร นายสุวพันธุ์กล่าวศูนย์ฯ ปัดปลุกม็อบพระ รมตประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลให้นโยบายไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ขอให้ยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่มีอคติ ไม่กลั่นแกล้ง ถูกคือถูก ผิดคือผิด ที่สำคัญคือให้ความเคารพคณะสงฆ์อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ถามถึงการตรวจสอบข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับเงินอุดหนุนวัด รมตประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ยังคงดำเนินการต่อไปอย่างเข้มข้น ล่าสุด ได้รับรายงานว่าข้าราชการระดับสูงและระดับกลางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ 17 คน กำลังถูกสอบสวนทางวินัย และอย่างน้อย 4 คนถูกไล่ออกไปแล้ว การดำเนินการสอบสวนระดับอดีตผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการก็ยังทำอยู่ตั้งแต่เป็นข่าวในระยะต้นๆ เรื่องการทุจริตงบประมาณรัฐ จึงไม่ได้เลือกปฏิบัติแต่อย่างใด รมตประจำสำนักนายกฯ กล่าว ด้านเฟซบุ๊กศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย เผยแพร่แถลงการณ์ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ระบุว่า ด้วยเกิดมีปรากฏการณ์หลายกรณีที่มีผลกระทบต่อความรู้สึกและศรัทธาของชาวพุทธทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ชนิดที่ไม่เคยปรากกฏเช่นนี้มาก่อนในสังคมไทย แถลงการณ์ระบุว่า ในช่วงเวลาแห่งสถานการณ์ที่ผ่านมานั้น ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ได้แสดงความเห็นทางสื่อสาธารณะในบางโอกาส โดยยึดหลักพระธรรมวินัยและจารีตปฏิบัติ เพื่อมุ่งความถูกต้องและสันติธรรมเป็นที่ตั้ง ไม่ได้ก้าวล่วง ไม่ปลุกระดม และไม่ได้ร่วมมือกับองค์กรใดในการดำเนินการก้าวล่วง และปลุกระดมทั้งสิ้น บัดนี้ มีการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนบางสำนัก ถึงการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นจากองค์กรชาวพุทธบางองค์กรว่า ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ได้เข้าไปมีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้อง ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทยจึงขอยืนยันว่า 1ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ไม่มีการดำเนินการใดๆ ในทางที่ขัดต่อพระธรรมวินัย และกฎหมายบ้านเมืองโดยเด็ดขาด 2ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย จะไม่มีการดำเนินการใดๆ ที่เป็นการปลุกระดมมวลชนมาต่อด้านสิ่งหนึ่งสิ่งใดในสถานการณ์ปัจจุบันทั้งสิ้น หากจะมีการดำเนินการใดๆ ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทยจะได้แจ้งให้ทราบต่อไป จึงออกแถลงการณ์มาเพื่อทราบทั่วกัน ท้ายแถลงการณ์ระบุ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ในโลกออนไลน์มีกระแสข่าวระบุจะมีการปลุกระดมมวลชน รวมทั้งพระสงฆ์ เพื่อมาชุมนุมและกดดันรัฐบาลในปัญหาเงินทุนวัดในวันที่ 25 มิยนี้ วันเดียวกัน นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง ความศรัทธาของประชาชนต่อองค์กรพระสงฆ์ ในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยสำรวจระหว่างวันที่ 13-14 มิย2561 กรณีศึกษาจากประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธ กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพและรายได้ รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,250 หน่วยตัวอย่าง ซึ่งการสุ่มตัวอย่างด้วยความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลักของนิด้าโพล ด้วยวิธีแบบอย่างง่าย เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนด ค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 950 หนุนปฏิรูปองค์กรสงฆ์ จากการสำรวจเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการบริหารจัดการเงินในองค์กรพระสงฆ์ พบว่า ประชาชน ร้อยละ 704 ระบุมีความโปร่งใสมาก, ร้อยละ 1824 ระบุค่อนข้างมีความโปร่งใส, ร้อยละ 4640 ระบุไม่ค่อยมีความโปร่งใส, ร้อยละ 2440 ระบุไม่มีความโปร่งใสเลย และร้อยละ 392 ไม่ระบุหรือไม่แน่ใจ ถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการปฏิรูปองค์กรพระสงฆ์ เช่น โครงสร้างการบริหารองค์กรพระสงฆ์, การปกครอง, การจัดการทรัพย์สินวัด, กฎระเบียบ, พระธรรมวินัย พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 8528 ระบุเห็นด้วย เพราะจะได้มีรูปแบบที่ชัดเจน มีแนวทางในการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน และเพื่อช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรศาสนา รองลงมาร้อยละ 1296 ระบุไม่เห็นด้วย เพราะการปกครองที่เป็นอยู่ตอนนี้ดีอยู่แล้ว ใช้มาเป็นระยะเวลานาน การปฏิรูปองค์กรพระสงฆ์อาจจะก่อให้เกิดความวุ่นวายได้ ขณะที่บางส่วนระบุปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากองค์กรพระสงฆ์ แต่เกิดจากบุคลภายนอกมากกว่า และร้อยละ 176 ไม่ระบุหรือไม่แน่ใจ เมื่อถามถึงความศรัทธาของประชาชนต่อองค์กรพระสงฆ์ จากกระแสข่าวการทุจริตในองค์กรพระสงฆ์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 6336 ระบุมีความศรัทธาต่อองค์กรพระสงฆ์เท่าเดิม เพราะศรัทธาในหลักธรรมคำสอน ไม่ได้ศรัทธาที่ตัวบุคคล ขณะที่บางส่วนระบุพระสงฆ์ที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ก็มีอยู่เยอะ รองลงมา ร้อยละ 3552 ระบุมีความศรัทธาต่อองค์กรพระสงฆ์ลดลง เพราะกระแสข่าวที่เกิดขึ้นทำให้องค์กรพระสงฆ์เสื่อมลง ขาดความน่าเชื่อถือ, ร้อยละ 048 ระบุอื่นๆ ได้แก่ ไม่มีความศรัทธาต่อองค์กรพระสงฆ์เลย และร้อยละ 064 ไม่ระบุหรือไม่แน่ใจ ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงแนวทางในการป้องกันการทุจริตในองค์กรพระสงฆ์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 4576 ระบุมีหน่วยงานควบคุมตรวจสอบการบริหารจัดการเงินวัด, ร้อยละ 4400 ระบุว่าให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ, ร้อยละ 3568 ระบุให้ทุกวัดทำบัญชีทรัพย์สิน รายรับ รายจ่าย ของวัดและเจ้าอาวาส, ร้อยละ 2120 ระบุเพิ่มบทลงโทษที่รุนแรงแก่ผู้ที่กระทำผิด, ร้อยละ 1824 ระบุแก้กฎหมายไม่ให้เจ้าอาวาสมีอำนาจสิทธิ์ขาดในการบริหารเงิน, ร้อยละ 1328 ระบุ ปฏิรูปการบริหารงานในองค์กรพระสงฆ์ ยกเลิกชั้นยศ, ร้อยละ 032 ระบุอื่นๆ ได้แก่ ไม่สามารถป้องกันการทุจริตในองค์กรสงฆ์ได้ และร้อยละ 280 ไม่ระบุหรือไม่แน่ใจ

  • เยี่ยมชมบล็อก:14438
  • จำนวนบล็อกโพสต์: 991
  • กลุ่มผู้ใช้: ผู้ใช้ทั่วไป
  • เวลาลงทะเบียน:2021-05-19 00:42:52
  • ตรารับรอง:
รายละเอียดส่วนบุคคล

ทั้งนี้การเก็บรายได้รัฐบาล 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2561 เก็บได้ 129 ล้านล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 605 หมื่นล้านบาท เนื่องจากการนำส่งรายได้รัฐวิสาหกิจสูงกว่าเป้าหมาย 304 หมื่นล้านบาท และการส่งรายได้ของหน่วยอื่นเกินกว่าเป้าหมาย 231 หมื่นล้านบาท สำหรับ 3 กรมภาษีเก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้าหมายทุกกรมรวมกัน 109 หมื่นล้านบาท เป็นกรมสรรพากร 6,554 ล้านบาท กรมสรรพสามิต 2,289 ล้านบาท และกรมศุลกากร 2,070 ล้านบาท

ที่เก็บบทความ

2015(802)

2014(909)

2013(386)

2012(607)

การสมัครสมาชิก
บล็อกโพสต์ที่แนะนำ
ufabet888 login 2021-05-19 00:42:52

การจำแนกประเภท: สารานุกรมความลำบากใจ

betslotxo,คลังไม่แคร์ประมูลคลื่น 1800 ล่ม ชี้ไม่สะเทือนรายได้ปี 61 18 มิถุนายน พศ 2561 เวลา 10:33 น คุณหมอก็บอกว่าไม่เป็นไร อาจจะเกิดจากการพักผ่อนด้วย พูดง่ายๆ คือเส้นเลือดฝอยแตก แต่มันแตกเยอะหน่อย ที่สำคัญคือต้องหยอดตา ต้องพักผ่อน ส่วนสาเหตุคุณหมอกบอกว่าก็จากหลายปัจจัย จริงๆ มันน่าจะเกิดจากการตะโกนของเราด้วย การใช้เสียงของเราด้วย ทำรายการแล้วมันมันไปหน่อย มันคึกด้วย ทุ่มเทด้วย แสงไฟไม่เท่าไหร่ ผมว่าน่าจะมาจากการที่เราจริงจัง ลักษณะเป็นเกมโชว์ มันก็ต้องมีความสนุกสนาน เร้าใจ ต้องบิ้วคน มันก็เกิดขึ้นได้ ตูน บอดี้สแลม ร่วมวิ่งระดมทุนสร้าง ศูนย์ส่องกล้องทางเดินอาหาร รพราชวิถี พร้อมจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ต้องใช้งบกว่า 200 ล้านบาท เมื่อเวลา 0545 น วันที่ 17 มิถุนายนนี้ กระทรวงสาธารณสุข (สธ) นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี พร้อมด้วย นพเจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพสมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ นพสุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค นพวชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย และ นพมานัส โพธาภรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี ร่วมเปิดงาน โครงการเดิน-วิ่งการกุศล ราชวิถีมินิมาราธอน 2018 เพื่อระดมทุนจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่ศูนย์ส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร อาคารศูนย์การแพทย์ราชวิถี โดยมีนายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือตูน บอดี้สแลม ร่วมวิ่งเป็นระยะทาง 105 กิโลเมตรด้วย นพมานัสกล่าวว่า การจัดโครงการเดิน-วิ่งดังกล่าว เพื่อก่อสร้างศูนย์ส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร รพราชวิถี และการจัดหาครุภัณฑ์ โดยได้รับเกียรติจากคุณตูน ซึ่งถือว่าเป็นไอดอลและสัญลักษณ์ของการออกกำลังกายมาร่วมวิ่งภายในงานด้วย สำหรับการก่อสร้างศูนย์ส่องกล้องฯ และเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ ต้องใช้งบประมาณราวกว่า 200 ล้านบาท โดยจะเน้นในการจัดหาคือ กล้องที่ใช้ในการส่องตามระบบทางเดินอาหารต่างๆ ตั้งแต่หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้ ไปจนถึงการส่องกล้องทางทวาร ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องลงทุน สำหรับกิจกรรมในวันนี้ เท่าที่ทราบมีรายได้ประมาณ 7-8 ล้านบาท ส่วนจำนวนผู้เข้าร่วมวิ่งนั้น ตามกำหนดคือประมาณ 5,000 คน มีผู้ติดต่อเข้ามาหลังปิดรับสมัครประมาณ 6,000 คน สำหรับประชาชนที่สนใจในการร่วมสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่ศูนย์ส่องกล้องฯ มีอีกหลายช่องทางในการบริจาค เช่น เว็บไซต์โรงพยาบาลราชวิถี wwwrajavithigoth/ มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี และในเร็วๆ นี้จะมีการรับบริจาคผ่านแอปพลิเคชันในการบริจาคแบบออนไลน์ หรือเข้ามาติดต่อด้วยตนเองที่โรงพยาบาลก็ได้ ด้าน ตูน บอดี้สแลม กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติและขอบคุณผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลราชวิถี ที่ให้เกียรติตนเป็นหนึ่งในนักวิ่งรายการนี้ ซึ่งก็ดีใจและมีความสุขที่จะได้มาวิ่งร่วมกับทุกคน ทั้งนี้ หลายคนเวลาเจอตนมักจะทักว่า เอาเวลาที่ไหนไปออกกำลังกาย เพราะอาจเห็นว่าตนมีกิจกรรมเยอะ ซึ่งอยากจะบอกว่า หากทุกคนคิดว่าการออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ทุกคนก็จะมีเวลากับมัน ถ้าร่างกายตัวเองเราไม่ดูแลแล้วใครจะดูแล อย่าไปหวังพึ่งให้โรงพยาบาลดูแลอย่างเดียว ส่วนที่จะมีการวิ่งระดมทุนอีกหรือไม่นั้น ถ้าทำอะไรที่เป็นประโยชน์ได้ก็อยากทำ แต่ต้องดูรูปแบบและจังหวะของชีวิตด้วย สิ่งสำคัญที่มากกว่าเงินบริจาค คือเห็นทุกคนมาออกกำลังกายและดูแลสุขภาพเบื้องต้นแบบนี้ นายธีรทัศน์ สังขทัต ณ อยุธยา ผู้จัดการโครงการก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดสรรเงินจากโครงการดังกล่าวว่า เงินที่ได้จากการระดมทุนทั้งหมด 1,413 ล้านบาท ซึ่งได้มีการจัดสรรเงินก้อนแรกไปให้แก่ 11 โรงพยาบาลแล้วประมาณ 1,300 ล้านบาท ส่วนเงินที่เหลืออีกกว่า 113 ล้านก็จะทำการจัดสรรให้แก่โรงพยาบาล โดยอีกประมาณ 2 เดือน เราจะรวบรวมว่าทั้ง 11 โรงพยาบาลได้นำเงินไปทำอะไรบ้าง ซึ่งทางโรงพยาบาลก็จะทำข้อมูลสรุปมา เพื่อแสดงให้ประชาชนเห็นว่าทำโครงการนี้เกิดผลเป็นอย่างไรบ้างพระชายา เจ้ารณฤทธิ์สิ้น แท็กซี่ พุ่งชนรถพระที่นั่ง 18 มิถุนายน พศ 2561 เวลา 00:01 น

เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ประสานเสียงรุมสับ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พิชัย เชื่อจะสร้างปัญหาให้ประเทศในอนาคต อัด คสชเอาอนาคตชาติมาเสี่ยง นิพิฏฐ์ ดับฝันพวกจ้องฉีก กม-พิมพ์เขียวยุทธศาสตร์ฯ เชื่อ สวลากตั้ง 250 คนบล็อกสุดตัว นายพิชัย นริพทะพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทยและอดีต รมวพลังงาน กล่าวว่า ยุทธศาสตร์แห่งชาติ 20 ปี ที่บังคับรัฐบาลในอนาคตต้องปฏิบัติตาม จะเป็นปัญหาของประเทศ ถึงขนาดอาจทำให้ประเทศลงเหวได้ อยากให้คิดง่ายๆ ว่าเอาคนที่ฉลาดที่สุดในโลก 10 คนมาถาม เชื่อว่าคงไม่มีใครกล้าตอบว่าอีก 20 ปีข้างหน้าโลกจะเป็นอย่างไร และรัฐบาลและ คสชจะมีความรู้สู้พวกเขาเหล่านั้นได้หรือไม่ จึงจะมากำหนดยุทธศาสตร์ 20 ปี ที่รัฐบาลอนาคตต้องปฏิบัติตาม และห้ามเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ไม่อยากให้รัฐบาลและ คสชสร้างปัญหาให้กับประเทศเพิ่มขึ้นอีก แค่รัฐธรรมนูญนี้ก็มีปัญหามากมายอยู่แล้ว การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ทำได้ยาก หรืออาจทำไม่ได้เลย ซึ่งนับเป็นปัญหาใหญ่อยู่แล้ว ยังจะมาทำยุทธศาสตร์ 20 ปีที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ก็จะยิ่งเป็นปัญหาเพิ่มขึ้นอีก อีกทั้งจะมีการเลือกตั้งอยู่แล้วในต้นปีหน้า แกนนำพรรคเพื่อไทยกล่าวต่อไปว่า การกำหนดอนาคตของประเทศน่าจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ประชาชนเลือกมามากกว่า ถ้าหากดูผลงาน 4 ปีที่ผ่านมา ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้เห็นว่ารัฐบาลและ คสชทำให้ประเทศดีขึ้น แถมยังอาจเห็นว่าทำแย่ลง ขนาดทำมา 4 ปียังแย่ขนาดนี้ แล้วจะมากำหนดยุทธศาสตร์ 20 ปี จะไม่ยิ่งย่ำแย่ไปกันใหญ่หรือ จะให้กลุ่มคนที่บริหารประเทศล้มเหลวมากำหนดอนาคตให้กับประเทศได้อย่างไร ไม่อยากให้เอาอนาคตของประเทศมาเสี่ยงกับการจะใช้ยุทธศาสตร์ 20 ปี เพื่อเป็นเครื่องมือในการสืบทอดอำนาจ โดยเฉพาะเรื่องปัญหาปากท้องของพี่น้องที่มีรายได้น้อยจะยิ่งลำบากมากขึ้นไปอีก ทั้งนี้ อยากขอเตือนว่า สภาวะเศรษฐกิจที่แท้จริงไม่ได้ดีอย่างที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจพยายามออกมาเกลี้ยกล่อมให้คนเชื่อ แม้ตัวเลขจะดีขึ้นบ้าง แต่ใช้เวลาถึง 4 ปี กว่าจะมากระเตื้อง ซึ่งในระหว่าง 4 ปีนี้ ประชาชนลำบากกันอย่างมากแล้ว เศรษฐกิจไม่ได้ดีตลอด 4 ปีอย่างที่ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้าใจหรืออาจได้รับรายงานมาผิดๆ อีกทั้งยังมีปัญหาและความเสี่ยง ซึ่งตอกย้ำเรื่องรวยกระจุกจนกระจาย เช่น หนี้เสียในระบบธนาคารที่ยังเพิ่มขึ้น หนี้ครัวเรือนเพิ่มสูง การว่างงานมีมากขึ้นถึงกว่า 470,000 คน โดยเฉพาะระดับปริญญาตรี ว่างงานถึงกว่า 17 แสนราย และพวกเขาคงไม่ได้เลือกงานอย่างที่ พลอประยุทธ์ตำหนิ ยอดลงทุนการตั้งโรงงานใน 5 เดือนของปีนี้ กลับลดลงถึง 2616% สวนทางกับยอดขอส่งเสริมการลงทุนที่นายสมคิดคุยนักคุยหนาว่ามียอดเพิ่มขึ้น ซึ่งแปลว่ามีแต่ยอดขอส่งเสริมแต่ไม่ได้มีการลงทุนจริง และการลงทุนของต่างชาติในตลาดหลักทรัพย์ที่นายสมคิดชอบอ้างถึง กลับมียอดการเทขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติกว่า 16 แสนล้านบาท ตลอด 5 เดือนของปีนี้ และระยะหลังนี้ยิ่งมียอดการเทขายสุทธิหนักมาก พร้อมกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่ทรุดลง ซึ่งแสดงถึงความไม่มั่นใจของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อรัฐบาลและสถานการณ์ของประเทศใช่หรือไม่ จึงอยากให้นายสมคิดได้ออกมาอธิบายด้วย หรือนายสมคิดจะบอกว่าเศรษฐกิจไทยจะสามารถโตได้เองโดยไม่พึ่งต่างชาติอีก เหมือนที่เคยบอกในปีแรกๆ เวิลด์แบงก์ได้เตือนว่าเศรษฐกิจโลกอาจจะตกต่ำลงได้ใน 1-2 ปีข้างหน้านี้ ซึ่งไทยเองก็จะต้องระวัง และเวิลด์แบงก์ยังเตือนอีกว่า ถึงแม้ปีนี้ไทยจะขยายตัวได้ดีแต่ปีหน้าและปีต่อไปการเติบโตของไทยน่าจะขยายตัวได้ลดลง ซึ่งจะเป็นปัญหาได้ นายพิชัยกล่าวย้ำ ด้านนายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีต สสบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช กล่าวถึงเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของ คสชเช่นกันว่า การวางยุทธศาสตร์ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี และมีความจำเป็น แต่มองว่ายุทธศาสตร์ชาติต้องกำหนดเอาไว้แบบกว้างๆ เพื่อให้สามารถยืดหยุ่นได้ แต่การวางยุทธศาสตร์ชาติของรัฐบาลและ คสชที่มีการกำหนดไว้เพื่อให้รัฐบาลต่อๆ ไปต้องปฏิบัติตาม ห้ามออกนอกกรอบกำหนด และหากไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษ ถือว่าเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่ง และถือว่าจะมีผลกระทบต่อการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดต่อไปอย่างแน่นอน อีกทั้งจะมีผลกระทบต่อประชาชนอย่างแน่นอน เหมือนมัดมือประชาชน โลกมีการเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน เทคโนโยลีก้าวหน้าไปโดยไร้ขีดจำกัด ยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้จะก้าวทันโลกอนาคตได้ขนาดไหน เปรียบเหมือนเต่าที่กำลังนอนฝันว่าตัวเองวิ่งเร็วเหมือนกระต่าย และพอตื่นขึ้นมาก็ยังคิดว่าตัวเองเป็นกระต่ายอยู่ ลืมตัวไปว่าตัวเองเป็นเต่า นายก่อแก้วกล่าว เช่นเดียวกับความเห็นของคนในพรรคประชาธิปัตย์ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แผนยุทธศาสตร์ชาติจะเป็นปัญหาของรัฐบาลใหม่ แม้ผู้ร่างจะบอกว่าสามารถแก้ไขได้ใน 5 ปี หากเกิดสถานการณ์ใดขึ้นมาก็ตาม แต่ความยากอยู่ตรงที่เป็นกฎหมาย เมื่อจะแก้ไข จะต้องเสนอเพื่อขอความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ซึ่งกรณีของสภาผู้แทนฯ คิดว่าคงไม่เท่าไหร่ แต่จะผ่านวุฒิสภาหรือไม่นั้น ตรงนี้คือปัญหา เพราะวุฒิสภาชุดใหม่มาจากการเลือกตั้งของ คสช และยุทธศาสตร์ชาติเป็นผลผลิตของ คสช จนเกิดคำถามว่า วุฒิสภาชุดดังกล่าวจะยอมให้แก้ไขหรือไม่ นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มรังสิต ให้ความเห็นว่า เห็นด้วยในหลักการที่ประเทศไทยควรจะมียุทธศาสตร์ชาติเพื่อวางเป้าหมายและทิศทางการพัฒนาประเทศคล้ายๆ กับเป็นวิสัยทัศน์แห่งชาติ ซึ่งประเทศที่พัฒนาแล้วหลายประเทศส่วนใหญ่ก็มีแผนยุทธศาสตร์และเป้าหมายที่ชัดเจน แต่ประเด็นปัญหาที่ควรจะถกแถลงกันในขณะนี้หลังจาก สนชรับร่างยุทธศาสตร์ชาติและมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณานั้น ควรจะถกกันถึงเนื้อหาสาระว่าขาดตกบกพร่องตรงไหน อย่างไร และจะปรับแก้อย่างไรให้สมบูรณ์ แต่ข้อท้วงติงจากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยที่น่าสนใจก็คือ การมีส่วนร่วมของสังคมในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติน้อยไป หรือเขียนโดยคนไม่กี่คน ฉะนั้นในขั้นกรรมาธิการวิสามัญของ สนช ต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง แต่ขณะเดียวกันก็มีความพยายามของบางฝ่ายที่จะสร้างความสับสนให้กับสังคม ว่าไม่จำเป็นต้องมีแผนยุทธศาสตร์ชาติ หรือถึงขั้นโจมตีว่าแผนยุทธศาสตร์ชาติเป็นเครื่องมือของกลุ่มอำนาจนั้น ส่วนตัวผมคิดว่าไม่ได้เลวร้ายถึงขนาดนั้นและถ้าในหลักการเราเห็นความจำเป็นของการมีแผนยุทธศาสตร์ชาติ ก็ควรจะอ่านเนื้อหาสาระเสียก่อน แล้วมาดูกันว่าต้องปรับแก้เพิ่มเติมตรงไหน อย่างไร โดยที่ได้อ่านร่างยุทธศาสตร์ชาติเบื้องต้นหลายเรื่องก็เป็นเรื่องที่ดีและน่าสนใจ ที่เราได้วางวิสัยทัศน์และเป้าหมายในการพัฒนาชาติอย่างชัดเจน แต่บางเรื่องก็จำเป็นที่ต้องทบทวนหรือปรึกษาหารือในวงกว้างเพื่อขจัดวาระซ่อนเร้นใดๆ เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ประสานเสียงรุมสับ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พิชัย เชื่อจะสร้างปัญหาให้ประเทศในอนาคต อัด คสชเอาอนาคตชาติมาเสี่ยง นิพิฏฐ์ ดับฝันพวกจ้องฉีก กม-พิมพ์เขียวยุทธศาสตร์ฯ เชื่อ สวลากตั้ง 250 คนบล็อกสุดตัว นายพิชัย นริพทะพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทยและอดีต รมวพลังงาน กล่าวว่า ยุทธศาสตร์แห่งชาติ 20 ปี ที่บังคับรัฐบาลในอนาคตต้องปฏิบัติตาม จะเป็นปัญหาของประเทศ ถึงขนาดอาจทำให้ประเทศลงเหวได้ อยากให้คิดง่ายๆ ว่าเอาคนที่ฉลาดที่สุดในโลก 10 คนมาถาม เชื่อว่าคงไม่มีใครกล้าตอบว่าอีก 20 ปีข้างหน้าโลกจะเป็นอย่างไร และรัฐบาลและ คสชจะมีความรู้สู้พวกเขาเหล่านั้นได้หรือไม่ จึงจะมากำหนดยุทธศาสตร์ 20 ปี ที่รัฐบาลอนาคตต้องปฏิบัติตาม และห้ามเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ไม่อยากให้รัฐบาลและ คสชสร้างปัญหาให้กับประเทศเพิ่มขึ้นอีก แค่รัฐธรรมนูญนี้ก็มีปัญหามากมายอยู่แล้ว การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ทำได้ยาก หรืออาจทำไม่ได้เลย ซึ่งนับเป็นปัญหาใหญ่อยู่แล้ว ยังจะมาทำยุทธศาสตร์ 20 ปีที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ก็จะยิ่งเป็นปัญหาเพิ่มขึ้นอีก อีกทั้งจะมีการเลือกตั้งอยู่แล้วในต้นปีหน้า แกนนำพรรคเพื่อไทยกล่าวต่อไปว่า การกำหนดอนาคตของประเทศน่าจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ประชาชนเลือกมามากกว่า ถ้าหากดูผลงาน 4 ปีที่ผ่านมา ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้เห็นว่ารัฐบาลและ คสชทำให้ประเทศดีขึ้น แถมยังอาจเห็นว่าทำแย่ลง ขนาดทำมา 4 ปียังแย่ขนาดนี้ แล้วจะมากำหนดยุทธศาสตร์ 20 ปี จะไม่ยิ่งย่ำแย่ไปกันใหญ่หรือ จะให้กลุ่มคนที่บริหารประเทศล้มเหลวมากำหนดอนาคตให้กับประเทศได้อย่างไร ไม่อยากให้เอาอนาคตของประเทศมาเสี่ยงกับการจะใช้ยุทธศาสตร์ 20 ปี เพื่อเป็นเครื่องมือในการสืบทอดอำนาจ โดยเฉพาะเรื่องปัญหาปากท้องของพี่น้องที่มีรายได้น้อยจะยิ่งลำบากมากขึ้นไปอีก ทั้งนี้ อยากขอเตือนว่า สภาวะเศรษฐกิจที่แท้จริงไม่ได้ดีอย่างที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจพยายามออกมาเกลี้ยกล่อมให้คนเชื่อ แม้ตัวเลขจะดีขึ้นบ้าง แต่ใช้เวลาถึง 4 ปี กว่าจะมากระเตื้อง ซึ่งในระหว่าง 4 ปีนี้ ประชาชนลำบากกันอย่างมากแล้ว เศรษฐกิจไม่ได้ดีตลอด 4 ปีอย่างที่ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้าใจหรืออาจได้รับรายงานมาผิดๆ อีกทั้งยังมีปัญหาและความเสี่ยง ซึ่งตอกย้ำเรื่องรวยกระจุกจนกระจาย เช่น หนี้เสียในระบบธนาคารที่ยังเพิ่มขึ้น หนี้ครัวเรือนเพิ่มสูง การว่างงานมีมากขึ้นถึงกว่า 470,000 คน โดยเฉพาะระดับปริญญาตรี ว่างงานถึงกว่า 17 แสนราย และพวกเขาคงไม่ได้เลือกงานอย่างที่ พลอประยุทธ์ตำหนิ ยอดลงทุนการตั้งโรงงานใน 5 เดือนของปีนี้ กลับลดลงถึง 2616% สวนทางกับยอดขอส่งเสริมการลงทุนที่นายสมคิดคุยนักคุยหนาว่ามียอดเพิ่มขึ้น ซึ่งแปลว่ามีแต่ยอดขอส่งเสริมแต่ไม่ได้มีการลงทุนจริง และการลงทุนของต่างชาติในตลาดหลักทรัพย์ที่นายสมคิดชอบอ้างถึง กลับมียอดการเทขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติกว่า 16 แสนล้านบาท ตลอด 5 เดือนของปีนี้ และระยะหลังนี้ยิ่งมียอดการเทขายสุทธิหนักมาก พร้อมกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่ทรุดลง ซึ่งแสดงถึงความไม่มั่นใจของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อรัฐบาลและสถานการณ์ของประเทศใช่หรือไม่ จึงอยากให้นายสมคิดได้ออกมาอธิบายด้วย หรือนายสมคิดจะบอกว่าเศรษฐกิจไทยจะสามารถโตได้เองโดยไม่พึ่งต่างชาติอีก เหมือนที่เคยบอกในปีแรกๆ เวิลด์แบงก์ได้เตือนว่าเศรษฐกิจโลกอาจจะตกต่ำลงได้ใน 1-2 ปีข้างหน้านี้ ซึ่งไทยเองก็จะต้องระวัง และเวิลด์แบงก์ยังเตือนอีกว่า ถึงแม้ปีนี้ไทยจะขยายตัวได้ดีแต่ปีหน้าและปีต่อไปการเติบโตของไทยน่าจะขยายตัวได้ลดลง ซึ่งจะเป็นปัญหาได้ นายพิชัยกล่าวย้ำ ด้านนายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีต สสบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช กล่าวถึงเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของ คสชเช่นกันว่า การวางยุทธศาสตร์ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี และมีความจำเป็น แต่มองว่ายุทธศาสตร์ชาติต้องกำหนดเอาไว้แบบกว้างๆ เพื่อให้สามารถยืดหยุ่นได้ แต่การวางยุทธศาสตร์ชาติของรัฐบาลและ คสชที่มีการกำหนดไว้เพื่อให้รัฐบาลต่อๆ ไปต้องปฏิบัติตาม ห้ามออกนอกกรอบกำหนด และหากไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษ ถือว่าเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่ง และถือว่าจะมีผลกระทบต่อการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดต่อไปอย่างแน่นอน อีกทั้งจะมีผลกระทบต่อประชาชนอย่างแน่นอน เหมือนมัดมือประชาชน โลกมีการเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน เทคโนโยลีก้าวหน้าไปโดยไร้ขีดจำกัด ยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้จะก้าวทันโลกอนาคตได้ขนาดไหน เปรียบเหมือนเต่าที่กำลังนอนฝันว่าตัวเองวิ่งเร็วเหมือนกระต่าย และพอตื่นขึ้นมาก็ยังคิดว่าตัวเองเป็นกระต่ายอยู่ ลืมตัวไปว่าตัวเองเป็นเต่า นายก่อแก้วกล่าว เช่นเดียวกับความเห็นของคนในพรรคประชาธิปัตย์ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แผนยุทธศาสตร์ชาติจะเป็นปัญหาของรัฐบาลใหม่ แม้ผู้ร่างจะบอกว่าสามารถแก้ไขได้ใน 5 ปี หากเกิดสถานการณ์ใดขึ้นมาก็ตาม แต่ความยากอยู่ตรงที่เป็นกฎหมาย เมื่อจะแก้ไข จะต้องเสนอเพื่อขอความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ซึ่งกรณีของสภาผู้แทนฯ คิดว่าคงไม่เท่าไหร่ แต่จะผ่านวุฒิสภาหรือไม่นั้น ตรงนี้คือปัญหา เพราะวุฒิสภาชุดใหม่มาจากการเลือกตั้งของ คสช และยุทธศาสตร์ชาติเป็นผลผลิตของ คสช จนเกิดคำถามว่า วุฒิสภาชุดดังกล่าวจะยอมให้แก้ไขหรือไม่ นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มรังสิต ให้ความเห็นว่า เห็นด้วยในหลักการที่ประเทศไทยควรจะมียุทธศาสตร์ชาติเพื่อวางเป้าหมายและทิศทางการพัฒนาประเทศคล้ายๆ กับเป็นวิสัยทัศน์แห่งชาติ ซึ่งประเทศที่พัฒนาแล้วหลายประเทศส่วนใหญ่ก็มีแผนยุทธศาสตร์และเป้าหมายที่ชัดเจน แต่ประเด็นปัญหาที่ควรจะถกแถลงกันในขณะนี้หลังจาก สนชรับร่างยุทธศาสตร์ชาติและมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณานั้น ควรจะถกกันถึงเนื้อหาสาระว่าขาดตกบกพร่องตรงไหน อย่างไร และจะปรับแก้อย่างไรให้สมบูรณ์ แต่ข้อท้วงติงจากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยที่น่าสนใจก็คือ การมีส่วนร่วมของสังคมในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติน้อยไป หรือเขียนโดยคนไม่กี่คน ฉะนั้นในขั้นกรรมาธิการวิสามัญของ สนช ต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง แต่ขณะเดียวกันก็มีความพยายามของบางฝ่ายที่จะสร้างความสับสนให้กับสังคม ว่าไม่จำเป็นต้องมีแผนยุทธศาสตร์ชาติ หรือถึงขั้นโจมตีว่าแผนยุทธศาสตร์ชาติเป็นเครื่องมือของกลุ่มอำนาจนั้น ส่วนตัวผมคิดว่าไม่ได้เลวร้ายถึงขนาดนั้นและถ้าในหลักการเราเห็นความจำเป็นของการมีแผนยุทธศาสตร์ชาติ ก็ควรจะอ่านเนื้อหาสาระเสียก่อน แล้วมาดูกันว่าต้องปรับแก้เพิ่มเติมตรงไหน อย่างไร โดยที่ได้อ่านร่างยุทธศาสตร์ชาติเบื้องต้นหลายเรื่องก็เป็นเรื่องที่ดีและน่าสนใจ ที่เราได้วางวิสัยทัศน์และเป้าหมายในการพัฒนาชาติอย่างชัดเจน แต่บางเรื่องก็จำเป็นที่ต้องทบทวนหรือปรึกษาหารือในวงกว้างเพื่อขจัดวาระซ่อนเร้นใดๆ เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ประสานเสียงรุมสับ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พิชัย เชื่อจะสร้างปัญหาให้ประเทศในอนาคต อัด คสชเอาอนาคตชาติมาเสี่ยง นิพิฏฐ์ ดับฝันพวกจ้องฉีก กม-พิมพ์เขียวยุทธศาสตร์ฯ เชื่อ สวลากตั้ง 250 คนบล็อกสุดตัว นายพิชัย นริพทะพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทยและอดีต รมวพลังงาน กล่าวว่า ยุทธศาสตร์แห่งชาติ 20 ปี ที่บังคับรัฐบาลในอนาคตต้องปฏิบัติตาม จะเป็นปัญหาของประเทศ ถึงขนาดอาจทำให้ประเทศลงเหวได้ อยากให้คิดง่ายๆ ว่าเอาคนที่ฉลาดที่สุดในโลก 10 คนมาถาม เชื่อว่าคงไม่มีใครกล้าตอบว่าอีก 20 ปีข้างหน้าโลกจะเป็นอย่างไร และรัฐบาลและ คสชจะมีความรู้สู้พวกเขาเหล่านั้นได้หรือไม่ จึงจะมากำหนดยุทธศาสตร์ 20 ปี ที่รัฐบาลอนาคตต้องปฏิบัติตาม และห้ามเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ไม่อยากให้รัฐบาลและ คสชสร้างปัญหาให้กับประเทศเพิ่มขึ้นอีก แค่รัฐธรรมนูญนี้ก็มีปัญหามากมายอยู่แล้ว การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ทำได้ยาก หรืออาจทำไม่ได้เลย ซึ่งนับเป็นปัญหาใหญ่อยู่แล้ว ยังจะมาทำยุทธศาสตร์ 20 ปีที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ก็จะยิ่งเป็นปัญหาเพิ่มขึ้นอีก อีกทั้งจะมีการเลือกตั้งอยู่แล้วในต้นปีหน้า แกนนำพรรคเพื่อไทยกล่าวต่อไปว่า การกำหนดอนาคตของประเทศน่าจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ประชาชนเลือกมามากกว่า ถ้าหากดูผลงาน 4 ปีที่ผ่านมา ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้เห็นว่ารัฐบาลและ คสชทำให้ประเทศดีขึ้น แถมยังอาจเห็นว่าทำแย่ลง ขนาดทำมา 4 ปียังแย่ขนาดนี้ แล้วจะมากำหนดยุทธศาสตร์ 20 ปี จะไม่ยิ่งย่ำแย่ไปกันใหญ่หรือ จะให้กลุ่มคนที่บริหารประเทศล้มเหลวมากำหนดอนาคตให้กับประเทศได้อย่างไร ไม่อยากให้เอาอนาคตของประเทศมาเสี่ยงกับการจะใช้ยุทธศาสตร์ 20 ปี เพื่อเป็นเครื่องมือในการสืบทอดอำนาจ โดยเฉพาะเรื่องปัญหาปากท้องของพี่น้องที่มีรายได้น้อยจะยิ่งลำบากมากขึ้นไปอีก ทั้งนี้ อยากขอเตือนว่า สภาวะเศรษฐกิจที่แท้จริงไม่ได้ดีอย่างที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจพยายามออกมาเกลี้ยกล่อมให้คนเชื่อ แม้ตัวเลขจะดีขึ้นบ้าง แต่ใช้เวลาถึง 4 ปี กว่าจะมากระเตื้อง ซึ่งในระหว่าง 4 ปีนี้ ประชาชนลำบากกันอย่างมากแล้ว เศรษฐกิจไม่ได้ดีตลอด 4 ปีอย่างที่ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้าใจหรืออาจได้รับรายงานมาผิดๆ อีกทั้งยังมีปัญหาและความเสี่ยง ซึ่งตอกย้ำเรื่องรวยกระจุกจนกระจาย เช่น หนี้เสียในระบบธนาคารที่ยังเพิ่มขึ้น หนี้ครัวเรือนเพิ่มสูง การว่างงานมีมากขึ้นถึงกว่า 470,000 คน โดยเฉพาะระดับปริญญาตรี ว่างงานถึงกว่า 17 แสนราย และพวกเขาคงไม่ได้เลือกงานอย่างที่ พลอประยุทธ์ตำหนิ ยอดลงทุนการตั้งโรงงานใน 5 เดือนของปีนี้ กลับลดลงถึง 2616% สวนทางกับยอดขอส่งเสริมการลงทุนที่นายสมคิดคุยนักคุยหนาว่ามียอดเพิ่มขึ้น ซึ่งแปลว่ามีแต่ยอดขอส่งเสริมแต่ไม่ได้มีการลงทุนจริง และการลงทุนของต่างชาติในตลาดหลักทรัพย์ที่นายสมคิดชอบอ้างถึง กลับมียอดการเทขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติกว่า 16 แสนล้านบาท ตลอด 5 เดือนของปีนี้ และระยะหลังนี้ยิ่งมียอดการเทขายสุทธิหนักมาก พร้อมกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่ทรุดลง ซึ่งแสดงถึงความไม่มั่นใจของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อรัฐบาลและสถานการณ์ของประเทศใช่หรือไม่ จึงอยากให้นายสมคิดได้ออกมาอธิบายด้วย หรือนายสมคิดจะบอกว่าเศรษฐกิจไทยจะสามารถโตได้เองโดยไม่พึ่งต่างชาติอีก เหมือนที่เคยบอกในปีแรกๆ เวิลด์แบงก์ได้เตือนว่าเศรษฐกิจโลกอาจจะตกต่ำลงได้ใน 1-2 ปีข้างหน้านี้ ซึ่งไทยเองก็จะต้องระวัง และเวิลด์แบงก์ยังเตือนอีกว่า ถึงแม้ปีนี้ไทยจะขยายตัวได้ดีแต่ปีหน้าและปีต่อไปการเติบโตของไทยน่าจะขยายตัวได้ลดลง ซึ่งจะเป็นปัญหาได้ นายพิชัยกล่าวย้ำ ด้านนายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีต สสบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช กล่าวถึงเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของ คสชเช่นกันว่า การวางยุทธศาสตร์ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี และมีความจำเป็น แต่มองว่ายุทธศาสตร์ชาติต้องกำหนดเอาไว้แบบกว้างๆ เพื่อให้สามารถยืดหยุ่นได้ แต่การวางยุทธศาสตร์ชาติของรัฐบาลและ คสชที่มีการกำหนดไว้เพื่อให้รัฐบาลต่อๆ ไปต้องปฏิบัติตาม ห้ามออกนอกกรอบกำหนด และหากไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษ ถือว่าเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่ง และถือว่าจะมีผลกระทบต่อการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดต่อไปอย่างแน่นอน อีกทั้งจะมีผลกระทบต่อประชาชนอย่างแน่นอน เหมือนมัดมือประชาชน โลกมีการเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน เทคโนโยลีก้าวหน้าไปโดยไร้ขีดจำกัด ยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้จะก้าวทันโลกอนาคตได้ขนาดไหน เปรียบเหมือนเต่าที่กำลังนอนฝันว่าตัวเองวิ่งเร็วเหมือนกระต่าย และพอตื่นขึ้นมาก็ยังคิดว่าตัวเองเป็นกระต่ายอยู่ ลืมตัวไปว่าตัวเองเป็นเต่า นายก่อแก้วกล่าว เช่นเดียวกับความเห็นของคนในพรรคประชาธิปัตย์ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แผนยุทธศาสตร์ชาติจะเป็นปัญหาของรัฐบาลใหม่ แม้ผู้ร่างจะบอกว่าสามารถแก้ไขได้ใน 5 ปี หากเกิดสถานการณ์ใดขึ้นมาก็ตาม แต่ความยากอยู่ตรงที่เป็นกฎหมาย เมื่อจะแก้ไข จะต้องเสนอเพื่อขอความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ซึ่งกรณีของสภาผู้แทนฯ คิดว่าคงไม่เท่าไหร่ แต่จะผ่านวุฒิสภาหรือไม่นั้น ตรงนี้คือปัญหา เพราะวุฒิสภาชุดใหม่มาจากการเลือกตั้งของ คสช และยุทธศาสตร์ชาติเป็นผลผลิตของ คสช จนเกิดคำถามว่า วุฒิสภาชุดดังกล่าวจะยอมให้แก้ไขหรือไม่ นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มรังสิต ให้ความเห็นว่า เห็นด้วยในหลักการที่ประเทศไทยควรจะมียุทธศาสตร์ชาติเพื่อวางเป้าหมายและทิศทางการพัฒนาประเทศคล้ายๆ กับเป็นวิสัยทัศน์แห่งชาติ ซึ่งประเทศที่พัฒนาแล้วหลายประเทศส่วนใหญ่ก็มีแผนยุทธศาสตร์และเป้าหมายที่ชัดเจน แต่ประเด็นปัญหาที่ควรจะถกแถลงกันในขณะนี้หลังจาก สนชรับร่างยุทธศาสตร์ชาติและมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณานั้น ควรจะถกกันถึงเนื้อหาสาระว่าขาดตกบกพร่องตรงไหน อย่างไร และจะปรับแก้อย่างไรให้สมบูรณ์ แต่ข้อท้วงติงจากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยที่น่าสนใจก็คือ การมีส่วนร่วมของสังคมในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติน้อยไป หรือเขียนโดยคนไม่กี่คน ฉะนั้นในขั้นกรรมาธิการวิสามัญของ สนช ต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง แต่ขณะเดียวกันก็มีความพยายามของบางฝ่ายที่จะสร้างความสับสนให้กับสังคม ว่าไม่จำเป็นต้องมีแผนยุทธศาสตร์ชาติ หรือถึงขั้นโจมตีว่าแผนยุทธศาสตร์ชาติเป็นเครื่องมือของกลุ่มอำนาจนั้น ส่วนตัวผมคิดว่าไม่ได้เลวร้ายถึงขนาดนั้นและถ้าในหลักการเราเห็นความจำเป็นของการมีแผนยุทธศาสตร์ชาติ ก็ควรจะอ่านเนื้อหาสาระเสียก่อน แล้วมาดูกันว่าต้องปรับแก้เพิ่มเติมตรงไหน อย่างไร โดยที่ได้อ่านร่างยุทธศาสตร์ชาติเบื้องต้นหลายเรื่องก็เป็นเรื่องที่ดีและน่าสนใจ ที่เราได้วางวิสัยทัศน์และเป้าหมายในการพัฒนาชาติอย่างชัดเจน แต่บางเรื่องก็จำเป็นที่ต้องทบทวนหรือปรึกษาหารือในวงกว้างเพื่อขจัดวาระซ่อนเร้นใดๆสำหรับแผนการดำเนินงานบริษัทตั้งเป้าหมาย 3-5 ปี จะมีรายได้เติบโตไม่ต่ำกว่าปีละ 10% และกำไรเติบโตปีละ 8-10% ซึ่งเป็นมาตรฐานของโรงพยาบาลที่มีการบริหารความมั่งคั่งจำเป็นต้องมี เพื่อรักษาสัดส่วนและผลประโยชน์ของทั้งผู้ถือหุ้น ผู้บริหาร และคนไข้ โดยจะพยายามให้มีการลงทุนที่ต่ำ จากการใช้ของเดิมที่มีอยู่ แต่เพิ่มประสิทธิภาพแทน

อ่าน(187) | แสดงความคิดเห็น(681) | ส่งต่อ(729) |

ก่อนหน้านี้:fifa55hd trainer

ต่อไป:แทง บอล ออนไลน์ sbobet

ฝากของไว้ให้เจ้าของ!~~

ปีกสีเทา 2021-05-19

หลังจากชูลอร์ด ช่างไฟฟ้าชาวกาฬสินธุ์เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้า เหตุเพราะเมื่อปลายปีก่อนแวะดื่มเหล้าที่ร้านชำแล้วเผลอเหยียบหางหมาที่ทางร้านเก็บมาเลี้ยง เห็นแค่แผลถลอกใช้เหล้าขาว 40 ดีกรีล้างโดยไม่ได้ไปฉีดวัคซีน กระทั่งเมื่อเดือนที่แล้วต้องเข้า รพ เพราะเกิดเป็นไข้หนาวสั่น ก่อนเสียชีวิตเมื่อเช้าวันอาทิตย์ อธิบดี ครชี้ เหล้าล้างแผลใช้ได้ในยามฉุกเฉิน แต่ถึงอย่างไรก็ต้องรีบไปพบแพทย์ เตือนคนใกล้ชิดที่สัมผัสผู้ตายอย่าวางใจ ที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ วันที่ 17 มิถุนายนนี้ นางสมจิตร นระแสน อายุ 62 ปี ชาวบ้านหัวงัว หมู่ 8 ตยางตลาด อยางตลาด จกาฬสินธุ์ กับญาติ เดินทางไปรับศพนายอานนท์ ภูชะนาม อายุ 42 ปี ลูกชาย โดยแพทย์ระบุว่า เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งเป็นรายแรกในรอบ 20 ปีของ จกาฬสินธุ์ ทั้งนี้ นายอานนท์มีอาชีพรับเหมาเดินสายไฟฟ้าตามบ้าน เมื่อเดือนตุลาคม 60 หลังทำงานเสร็จได้ไปนั่งดื่มสุราในร้านขายของชำที่บ้านหัวงัว เสร็จแล้วเดินไปขึ้นรถเพื่อกลับบ้าน นายอานนท์ได้เผลอเหยียบหางสุนัขที่เจ้าของร้านนำมาเลี้ยงไว้ จึงถูกสุนัขกัดที่น่องขวาเป็นแผลถลอก ซึ่งนายอานนท์ได้ใช้สุราขาว 40 ดีกรีล้างแผลโดยไม่ได้ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า กระทั่งช่วงเดือนพฤษภาคม 61 นายอานนท์มีอาการเป็นไข้หนาวสั่น จึงได้เข้ารักษาตัวที่ รพยางตลาด เมื่อวันที่ 12 มิยที่ผ่านมา และถูกนำตัวส่งรักษาต่อที่ รพกาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 14 มิย แพทย์ได้ตรวจไขสันหลัง เลือด ปัสสาวะ และปมรากผม เพื่อขอคำยืนยันจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งระบุว่าป่วยเป็นโรคพิษสุนัขบ้า แต่ด้วยอาการที่สะสมเชื้อมานาน จึงทำให้เสียชีวิตลงในช่วงเช้าวันอาทิตย์ นพสุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร) กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับรายงานผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าเพิ่ม 1 ราย จากรายงานการสอบสวนโรคของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ) กาฬสินธุ์ พบว่า ผู้เสียชีวิตรายนี้เป็นชาย อายุ 42 ปี ในจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยก่อนเข้าโรงพยาบาลมีประวัติถูกสุนัขไม่ทราบประวัติการฉีดวัคซีนกัดเมื่อ 6-8 เดือนก่อน โดยผู้เสียชีวิตไม่ได้ล้างแผลและไม่ได้เข้ารับการฉีดวัคซีนแต่อย่างใด ทำให้ยอดตัวเลขผู้เสียชีวิตปีนี้รวม 11 ราย ขณะนี้หน่วยงานของจังหวัดกาฬสินธุ์ได้ดำเนินการป้องกัน ควบคุมโรคในพื้นที่แล้ว อาทิ การสื่อสารความเสี่ยงแก่กลุ่มผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ตาย และประชาชนที่มีสัตว์เลี้ยงในละแวกใกล้เคียง เร่งค้นหาผู้สัมผัสโรคให้มารับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า รวมถึงประสานปศุสัตว์อำเภอจัดให้บริการวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ อีกทั้งได้มีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน (EOC) ของอำเภอ เตรียมพร้อมประชุมอีกครั้ง เพื่อรายงานความคืบหน้าของสถานการณ์และวางแผนการดำเนินงานต่อไป หากท่านเคยถูกสัตว์เลี้ยงกัดหรือข่วน แม้ว่ารอยแผลจะเพียงเล็กน้อยก็ตาม ขอให้พบแพทย์เพื่อรับการพิจารณาฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า นพสุวรรณชัยกล่าว และว่า หากถูกสุนัขและแมว กัด ข่วน หรือเลียบริเวณแผล แม้เพียงเล็กน้อย ควรรีบล้างแผลด้วยน้ำและสบู่ทันทีหลายๆ ครั้ง นานประมาณ 10 นาที และใส่ยาเบตาดีนหลังล้างแผล เพื่อลดการติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า จากนั้นรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อรับการวินิจฉัยรับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า หากได้รับการฉีดวัคซีนแล้วควรไปตามนัดทุกครั้ง ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้เสียชีวิตใช้เหล้าขาว 40 ดีกรีล้างแผล ถือว่าเป็นวิธีที่แนะนำหรือไม่ นพสุวรรณชัยกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับแอลกอฮอล์ที่เอามาล้างแผล แต่โดยปกติยาฆ่าเชื้อที่ใช้ฆ่าเชื้อจะมีเปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์สูงประมาณ 70% แต่พวกสุรามักจะมีเปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์ไม่สูง อย่างเหล้าขาวก็แค่ 40% เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ตามปกติเวลาถูกกัดจะใช้น้ำสะอาดและสบู่ล้างแผลทันทีหลายๆ ครั้ง เพื่อเอาเศษฝุ่นละอองต่างๆ ออก แล้วค่อยใส่ยาฆ่าเชื้อเพื่อลดการติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งส่วนใหญ่ใช้เบตาดีนเพราะแสบน้อย แล้วไปพบแพทย์เพื่อประเมินการรับวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าต่อไป ถ้ากรณีไม่มีน้ำสะอาดจริงๆ ก็ใช้เหล้าขาวแทนได้ นพสุวรรณชัยกล่าวว่า ประชาชนควรยึดคาถา 5 ย เพื่อป้องกันการถูกกัด คือ 1อย่าเหยียบสุนัข 2อย่าแยกสัตว์ที่กำลังกัดกัน 3อย่าแหย่สัตว์เพราะอาจโดนข่วนหรือกัดได้ 4อย่าหยิบอาหารขณะสัตว์กำลังกิน และ 5อย่ายุ่งกับสัตว์ที่ไม่รู้จักคุ้นเคย หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1422

โซรัน ซาเยฟ นายกฯ มาซิโดเนีย (ขวา) จับมืออเล็กซิส ซีปรัส นายกฯ กรีซ ริมทะเลสาบเพรสปา เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2561 / AFP

จีเล่น 2021-05-19 00:42:52

ทั้งนี้นายชัยภูมิ ป่าแส นักกิจกรรมเยาวชนชาติพันธุ์ลาหู่ ถูกทหารสังกัดกองร้อยทหารม้าที่ 2 บก ควบคุมที่ 1 หน่วยเฉพาะกิจกรรมทหารม้าที่ 5 ที่ตั้งจุดตรวจค้นยาเสพติดบริเวณด่านตรวจบ้านรินหลวง โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่านายชัยภูมิมียาเสพติดและต่อสู้ขัดขวาง และจะใช้อาวุธระเบิดขว้างใส่เจ้าหน้าที่ทหาร จึงทำให้เจ้าหน้าที่ทหารจำเป็นต้องใช้อาวุธปืนยิงสังหารนายชัยภูมิ จนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย

มูยองโบ 2021-05-19 00:42:52

ทั้งนี้การเก็บรายได้รัฐบาล 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2561 เก็บได้ 129 ล้านล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 605 หมื่นล้านบาท เนื่องจากการนำส่งรายได้รัฐวิสาหกิจสูงกว่าเป้าหมาย 304 หมื่นล้านบาท และการส่งรายได้ของหน่วยอื่นเกินกว่าเป้าหมาย 231 หมื่นล้านบาท สำหรับ 3 กรมภาษีเก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้าหมายทุกกรมรวมกัน 109 หมื่นล้านบาท เป็นกรมสรรพากร 6,554 ล้านบาท กรมสรรพสามิต 2,289 ล้านบาท และกรมศุลกากร 2,070 ล้านบาท,กรีซ-มาซิโดเนีย ลงนามข้อตกลงเปลี่ยนชื่อประเทศเป็น มาซิโดเนียเหนือ 17 มิถุนายน พศ 2561 เวลา 22:25 น รัฐบาลกรีซและมาซิโดเนียลงนามความตกลงเบื้องต้นฉบับประวัติศาสตร์ ที่ยอมรับการเปลี่ยนชื่อประเทศของมาซิโดเนียใหม่ เป็นสาธารณรัฐมาซิโดเนียเหนือ ยุติความขัดแย้งระหว่างเพื่อนบ้าน 2 ชาตินี้มาตั้งแต่ปี 2534 ขณะชาวกรีกที่ไม่พอใจชุมนุมประท้วงรัฐบาล。ปลุกผีนิรโทษกรรม! เอนก ชูร่วมมือเพื่อไทย เลือกตั้ง ท้องถิ่น ส่อยาว 18 มิถุนายน พศ 2561 เวลา 00:01 น 。

france kgm 2021-05-19 00:42:52

ช่างไฟฟ้าชาวกาฬสินธุ์เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้า เหตุเพราะเมื่อปลายปีก่อนแวะดื่มเหล้าที่ร้านชำแล้วเผลอเหยียบหางหมาที่ทางร้านเก็บมาเลี้ยง เห็นแค่แผลถลอกใช้เหล้าขาว 40 ดีกรีล้างโดยไม่ได้ไปฉีดวัคซีน กระทั่งเมื่อเดือนที่แล้วต้องเข้า รพ เพราะเกิดเป็นไข้หนาวสั่น ก่อนเสียชีวิตเมื่อเช้าวันอาทิตย์ อธิบดี ครชี้ เหล้าล้างแผลใช้ได้ในยามฉุกเฉิน แต่ถึงอย่างไรก็ต้องรีบไปพบแพทย์ เตือนคนใกล้ชิดที่สัมผัสผู้ตายอย่าวางใจ ที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ วันที่ 17 มิถุนายนนี้ นางสมจิตร นระแสน อายุ 62 ปี ชาวบ้านหัวงัว หมู่ 8 ตยางตลาด อยางตลาด จกาฬสินธุ์ กับญาติ เดินทางไปรับศพนายอานนท์ ภูชะนาม อายุ 42 ปี ลูกชาย โดยแพทย์ระบุว่า เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งเป็นรายแรกในรอบ 20 ปีของ จกาฬสินธุ์ ทั้งนี้ นายอานนท์มีอาชีพรับเหมาเดินสายไฟฟ้าตามบ้าน เมื่อเดือนตุลาคม 60 หลังทำงานเสร็จได้ไปนั่งดื่มสุราในร้านขายของชำที่บ้านหัวงัว เสร็จแล้วเดินไปขึ้นรถเพื่อกลับบ้าน นายอานนท์ได้เผลอเหยียบหางสุนัขที่เจ้าของร้านนำมาเลี้ยงไว้ จึงถูกสุนัขกัดที่น่องขวาเป็นแผลถลอก ซึ่งนายอานนท์ได้ใช้สุราขาว 40 ดีกรีล้างแผลโดยไม่ได้ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า กระทั่งช่วงเดือนพฤษภาคม 61 นายอานนท์มีอาการเป็นไข้หนาวสั่น จึงได้เข้ารักษาตัวที่ รพยางตลาด เมื่อวันที่ 12 มิยที่ผ่านมา และถูกนำตัวส่งรักษาต่อที่ รพกาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 14 มิย แพทย์ได้ตรวจไขสันหลัง เลือด ปัสสาวะ และปมรากผม เพื่อขอคำยืนยันจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งระบุว่าป่วยเป็นโรคพิษสุนัขบ้า แต่ด้วยอาการที่สะสมเชื้อมานาน จึงทำให้เสียชีวิตลงในช่วงเช้าวันอาทิตย์ นพสุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร) กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับรายงานผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าเพิ่ม 1 ราย จากรายงานการสอบสวนโรคของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ) กาฬสินธุ์ พบว่า ผู้เสียชีวิตรายนี้เป็นชาย อายุ 42 ปี ในจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยก่อนเข้าโรงพยาบาลมีประวัติถูกสุนัขไม่ทราบประวัติการฉีดวัคซีนกัดเมื่อ 6-8 เดือนก่อน โดยผู้เสียชีวิตไม่ได้ล้างแผลและไม่ได้เข้ารับการฉีดวัคซีนแต่อย่างใด ทำให้ยอดตัวเลขผู้เสียชีวิตปีนี้รวม 11 ราย ขณะนี้หน่วยงานของจังหวัดกาฬสินธุ์ได้ดำเนินการป้องกัน ควบคุมโรคในพื้นที่แล้ว อาทิ การสื่อสารความเสี่ยงแก่กลุ่มผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ตาย และประชาชนที่มีสัตว์เลี้ยงในละแวกใกล้เคียง เร่งค้นหาผู้สัมผัสโรคให้มารับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า รวมถึงประสานปศุสัตว์อำเภอจัดให้บริการวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ อีกทั้งได้มีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน (EOC) ของอำเภอ เตรียมพร้อมประชุมอีกครั้ง เพื่อรายงานความคืบหน้าของสถานการณ์และวางแผนการดำเนินงานต่อไป หากท่านเคยถูกสัตว์เลี้ยงกัดหรือข่วน แม้ว่ารอยแผลจะเพียงเล็กน้อยก็ตาม ขอให้พบแพทย์เพื่อรับการพิจารณาฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า นพสุวรรณชัยกล่าว และว่า หากถูกสุนัขและแมว กัด ข่วน หรือเลียบริเวณแผล แม้เพียงเล็กน้อย ควรรีบล้างแผลด้วยน้ำและสบู่ทันทีหลายๆ ครั้ง นานประมาณ 10 นาที และใส่ยาเบตาดีนหลังล้างแผล เพื่อลดการติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า จากนั้นรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อรับการวินิจฉัยรับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า หากได้รับการฉีดวัคซีนแล้วควรไปตามนัดทุกครั้ง ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้เสียชีวิตใช้เหล้าขาว 40 ดีกรีล้างแผล ถือว่าเป็นวิธีที่แนะนำหรือไม่ นพสุวรรณชัยกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับแอลกอฮอล์ที่เอามาล้างแผล แต่โดยปกติยาฆ่าเชื้อที่ใช้ฆ่าเชื้อจะมีเปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์สูงประมาณ 70% แต่พวกสุรามักจะมีเปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์ไม่สูง อย่างเหล้าขาวก็แค่ 40% เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ตามปกติเวลาถูกกัดจะใช้น้ำสะอาดและสบู่ล้างแผลทันทีหลายๆ ครั้ง เพื่อเอาเศษฝุ่นละอองต่างๆ ออก แล้วค่อยใส่ยาฆ่าเชื้อเพื่อลดการติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งส่วนใหญ่ใช้เบตาดีนเพราะแสบน้อย แล้วไปพบแพทย์เพื่อประเมินการรับวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าต่อไป ถ้ากรณีไม่มีน้ำสะอาดจริงๆ ก็ใช้เหล้าขาวแทนได้ นพสุวรรณชัยกล่าวว่า ประชาชนควรยึดคาถา 5 ย เพื่อป้องกันการถูกกัด คือ 1อย่าเหยียบสุนัข 2อย่าแยกสัตว์ที่กำลังกัดกัน 3อย่าแหย่สัตว์เพราะอาจโดนข่วนหรือกัดได้ 4อย่าหยิบอาหารขณะสัตว์กำลังกิน และ 5อย่ายุ่งกับสัตว์ที่ไม่รู้จักคุ้นเคย หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1422, ต่อมาวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๘ กลุ่มพลเมืองโต้กลับได้ยื่นอุทธรณ์คำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น。 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ยกฟ้องตามศาลชั้นต้น 。

ผ้าเนื้อแข็ง 2021-05-19 00:42:52

บิ๊กป้อม สั่งปราบเข้มยาเสพติด หวั่นฉวยโอกาสช่วงคนเพลินบอลโลกเร่งลำเลียงเข้าไทย เผยครึ่งเดือนแรกจับยาบ้า 50 ล้านเม็ด ไอซ์พัน กก เฮโรอีนอีกจำนวนมาก เมื่อวันที่ 17 มิถุนายนนี้ พลทคงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมวกลาโหม ได้กล่าวชื่นชมและเป็นกำลังใจกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในการร่วมเปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดทุกพื้นที่ทั่วประเทศอย่างจริงจัง ทั้งพื้นที่ชั้นในและพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ติดตามและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นกับขบวนการลักลอบค้ายาเสพติดรายใหญ่ ซึ่งตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการต้น มิย61 เป็นเวลา 15 วัน สามารถจับกุมและยึดยาเสพติด เป็นยาบ้ากว่า 50 ล้านเม็ด ยาไอซ์เกือบ 1,000 กิโลกรัม รวมทั้งยึดสารตั้งต้นและเฮโรอีนจำนวนมาก ซึ่งในภาพรวมสถานการณ์แพร่ระบาดยาเสพติดยังเป็นที่กังวลของสังคม จากผลการจับกุมและยึดยาเสพติดได้ปริมาณครั้งละมากๆ ระหว่างการลำเลียงในพื้นที่ภาคเหนือ จเชียงรายและลำปาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จขอนแก่นและบึงกาฬ และพื้นที่ภาคกลาง กทม และพระนครศรีอยุธยา พลทคงชีพกล่าวว่า พลอประวิตรย้ำว่ายาเสพติดยังเป็นภัยตกค้างทางสังคมที่เป็นปัญหาสำคัญและจำเป็นต้องเร่งสะสางร่วมกันต่อไป โดยกำชับขอให้ฝ่ายความมั่นคง ทั้งทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครอง ยังคงปฏิบัติงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ทั้งการเฝ้าระวังและการสกัดกั้น รวมทั้งการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยเฉพาะช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ที่อาจเป็นช่องว่างให้มีการเคลื่อนย้ายและจำหน่ายยาเสพติดปริมาณมากๆ โดยให้ประสานการทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างใกล้ชิด ปฏิบัติการเข้มทั้งพื้นที่นอกประเทศ พื้นที่ชายแดนและพื้นที่ชั้นใน ในการติดตามเชื่อมโยงเครือข่าย ทั้งแหล่งผลิต เส้นทางลำเลียง พื้นที่พักคอย และแหล่งกระจายยาเสพติด โดยต้องบังคับใช้กฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดไม่มีละเว้น พร้อมทั้งขอความร่วมมือกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ในฐานะพนักงานฝ่ายปกครอง มีบทบาทร่วมกันมากขึ้นในการดูแลสะสางปัญหายาเสพติด และปัญหาบ่อนการพนันในพื้นที่ เพื่อร่วมกันปกป้องมิให้ยาเสพติดและการพนันแพร่ระบาด ทำลายลูกหลานและเยาวชนที่จะเป็นพลังและอนาคตของชาติ นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล มูลนิธิสถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง สำรวจความตั้งใจเชียร์บอลโลกเพื่อความสนุก หรือตั้งใจเล่นทายพนันบอล กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวน 1,189 ตัวอย่าง พบว่า ร้อยละ 893 ตั้งใจเชียร์บอลโลกเพื่อสนุก มากกว่าจะเล่นทายพนันบอลที่มีอยู่เพียงร้อยละ 107 นอกจากนี้ เมื่อถามถึงความเป็นห่วงคนที่ติดตามชมเชียร์บอลโลกในเรื่องใดบ้าง พบ 5 อันดับแรก ได้แก่ ร้อยละ 680 เป็นห่วงคนเชียร์บอลโลกเรื่องการอดนอน เสียสุขภาพ รองลงมาคือ ร้อยละ 484 เป็นห่วงเรื่องการเล่นทายพนันบอล ร้อยละ 312 เป็นห่วงเรื่องการเสียงาน เสียการเรียน ร้อยละ 297 เป็นห่วงเรื่องหนี้พนัน และร้อยละ 143 เป็นห่วงเรื่อง การดื่มเหล้า เบียร์ ตามลำดับ, เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ประสานเสียงรุมสับ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พิชัย เชื่อจะสร้างปัญหาให้ประเทศในอนาคต อัด คสชเอาอนาคตชาติมาเสี่ยง นิพิฏฐ์ ดับฝันพวกจ้องฉีก กม-พิมพ์เขียวยุทธศาสตร์ฯ เชื่อ สวลากตั้ง 250 คนบล็อกสุดตัว นายพิชัย นริพทะพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทยและอดีต รมวพลังงาน กล่าวว่า ยุทธศาสตร์แห่งชาติ 20 ปี ที่บังคับรัฐบาลในอนาคตต้องปฏิบัติตาม จะเป็นปัญหาของประเทศ ถึงขนาดอาจทำให้ประเทศลงเหวได้ อยากให้คิดง่ายๆ ว่าเอาคนที่ฉลาดที่สุดในโลก 10 คนมาถาม เชื่อว่าคงไม่มีใครกล้าตอบว่าอีก 20 ปีข้างหน้าโลกจะเป็นอย่างไร และรัฐบาลและ คสชจะมีความรู้สู้พวกเขาเหล่านั้นได้หรือไม่ จึงจะมากำหนดยุทธศาสตร์ 20 ปี ที่รัฐบาลอนาคตต้องปฏิบัติตาม และห้ามเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ไม่อยากให้รัฐบาลและ คสชสร้างปัญหาให้กับประเทศเพิ่มขึ้นอีก แค่รัฐธรรมนูญนี้ก็มีปัญหามากมายอยู่แล้ว การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ทำได้ยาก หรืออาจทำไม่ได้เลย ซึ่งนับเป็นปัญหาใหญ่อยู่แล้ว ยังจะมาทำยุทธศาสตร์ 20 ปีที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ก็จะยิ่งเป็นปัญหาเพิ่มขึ้นอีก อีกทั้งจะมีการเลือกตั้งอยู่แล้วในต้นปีหน้า แกนนำพรรคเพื่อไทยกล่าวต่อไปว่า การกำหนดอนาคตของประเทศน่าจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ประชาชนเลือกมามากกว่า ถ้าหากดูผลงาน 4 ปีที่ผ่านมา ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้เห็นว่ารัฐบาลและ คสชทำให้ประเทศดีขึ้น แถมยังอาจเห็นว่าทำแย่ลง ขนาดทำมา 4 ปียังแย่ขนาดนี้ แล้วจะมากำหนดยุทธศาสตร์ 20 ปี จะไม่ยิ่งย่ำแย่ไปกันใหญ่หรือ จะให้กลุ่มคนที่บริหารประเทศล้มเหลวมากำหนดอนาคตให้กับประเทศได้อย่างไร ไม่อยากให้เอาอนาคตของประเทศมาเสี่ยงกับการจะใช้ยุทธศาสตร์ 20 ปี เพื่อเป็นเครื่องมือในการสืบทอดอำนาจ โดยเฉพาะเรื่องปัญหาปากท้องของพี่น้องที่มีรายได้น้อยจะยิ่งลำบากมากขึ้นไปอีก ทั้งนี้ อยากขอเตือนว่า สภาวะเศรษฐกิจที่แท้จริงไม่ได้ดีอย่างที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจพยายามออกมาเกลี้ยกล่อมให้คนเชื่อ แม้ตัวเลขจะดีขึ้นบ้าง แต่ใช้เวลาถึง 4 ปี กว่าจะมากระเตื้อง ซึ่งในระหว่าง 4 ปีนี้ ประชาชนลำบากกันอย่างมากแล้ว เศรษฐกิจไม่ได้ดีตลอด 4 ปีอย่างที่ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้าใจหรืออาจได้รับรายงานมาผิดๆ อีกทั้งยังมีปัญหาและความเสี่ยง ซึ่งตอกย้ำเรื่องรวยกระจุกจนกระจาย เช่น หนี้เสียในระบบธนาคารที่ยังเพิ่มขึ้น หนี้ครัวเรือนเพิ่มสูง การว่างงานมีมากขึ้นถึงกว่า 470,000 คน โดยเฉพาะระดับปริญญาตรี ว่างงานถึงกว่า 17 แสนราย และพวกเขาคงไม่ได้เลือกงานอย่างที่ พลอประยุทธ์ตำหนิ ยอดลงทุนการตั้งโรงงานใน 5 เดือนของปีนี้ กลับลดลงถึง 2616% สวนทางกับยอดขอส่งเสริมการลงทุนที่นายสมคิดคุยนักคุยหนาว่ามียอดเพิ่มขึ้น ซึ่งแปลว่ามีแต่ยอดขอส่งเสริมแต่ไม่ได้มีการลงทุนจริง และการลงทุนของต่างชาติในตลาดหลักทรัพย์ที่นายสมคิดชอบอ้างถึง กลับมียอดการเทขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติกว่า 16 แสนล้านบาท ตลอด 5 เดือนของปีนี้ และระยะหลังนี้ยิ่งมียอดการเทขายสุทธิหนักมาก พร้อมกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่ทรุดลง ซึ่งแสดงถึงความไม่มั่นใจของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อรัฐบาลและสถานการณ์ของประเทศใช่หรือไม่ จึงอยากให้นายสมคิดได้ออกมาอธิบายด้วย หรือนายสมคิดจะบอกว่าเศรษฐกิจไทยจะสามารถโตได้เองโดยไม่พึ่งต่างชาติอีก เหมือนที่เคยบอกในปีแรกๆ เวิลด์แบงก์ได้เตือนว่าเศรษฐกิจโลกอาจจะตกต่ำลงได้ใน 1-2 ปีข้างหน้านี้ ซึ่งไทยเองก็จะต้องระวัง และเวิลด์แบงก์ยังเตือนอีกว่า ถึงแม้ปีนี้ไทยจะขยายตัวได้ดีแต่ปีหน้าและปีต่อไปการเติบโตของไทยน่าจะขยายตัวได้ลดลง ซึ่งจะเป็นปัญหาได้ นายพิชัยกล่าวย้ำ ด้านนายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีต สสบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช กล่าวถึงเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของ คสชเช่นกันว่า การวางยุทธศาสตร์ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี และมีความจำเป็น แต่มองว่ายุทธศาสตร์ชาติต้องกำหนดเอาไว้แบบกว้างๆ เพื่อให้สามารถยืดหยุ่นได้ แต่การวางยุทธศาสตร์ชาติของรัฐบาลและ คสชที่มีการกำหนดไว้เพื่อให้รัฐบาลต่อๆ ไปต้องปฏิบัติตาม ห้ามออกนอกกรอบกำหนด และหากไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษ ถือว่าเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่ง และถือว่าจะมีผลกระทบต่อการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดต่อไปอย่างแน่นอน อีกทั้งจะมีผลกระทบต่อประชาชนอย่างแน่นอน เหมือนมัดมือประชาชน โลกมีการเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน เทคโนโยลีก้าวหน้าไปโดยไร้ขีดจำกัด ยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้จะก้าวทันโลกอนาคตได้ขนาดไหน เปรียบเหมือนเต่าที่กำลังนอนฝันว่าตัวเองวิ่งเร็วเหมือนกระต่าย และพอตื่นขึ้นมาก็ยังคิดว่าตัวเองเป็นกระต่ายอยู่ ลืมตัวไปว่าตัวเองเป็นเต่า นายก่อแก้วกล่าว เช่นเดียวกับความเห็นของคนในพรรคประชาธิปัตย์ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แผนยุทธศาสตร์ชาติจะเป็นปัญหาของรัฐบาลใหม่ แม้ผู้ร่างจะบอกว่าสามารถแก้ไขได้ใน 5 ปี หากเกิดสถานการณ์ใดขึ้นมาก็ตาม แต่ความยากอยู่ตรงที่เป็นกฎหมาย เมื่อจะแก้ไข จะต้องเสนอเพื่อขอความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ซึ่งกรณีของสภาผู้แทนฯ คิดว่าคงไม่เท่าไหร่ แต่จะผ่านวุฒิสภาหรือไม่นั้น ตรงนี้คือปัญหา เพราะวุฒิสภาชุดใหม่มาจากการเลือกตั้งของ คสช และยุทธศาสตร์ชาติเป็นผลผลิตของ คสช จนเกิดคำถามว่า วุฒิสภาชุดดังกล่าวจะยอมให้แก้ไขหรือไม่ นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มรังสิต ให้ความเห็นว่า เห็นด้วยในหลักการที่ประเทศไทยควรจะมียุทธศาสตร์ชาติเพื่อวางเป้าหมายและทิศทางการพัฒนาประเทศคล้ายๆ กับเป็นวิสัยทัศน์แห่งชาติ ซึ่งประเทศที่พัฒนาแล้วหลายประเทศส่วนใหญ่ก็มีแผนยุทธศาสตร์และเป้าหมายที่ชัดเจน แต่ประเด็นปัญหาที่ควรจะถกแถลงกันในขณะนี้หลังจาก สนชรับร่างยุทธศาสตร์ชาติและมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณานั้น ควรจะถกกันถึงเนื้อหาสาระว่าขาดตกบกพร่องตรงไหน อย่างไร และจะปรับแก้อย่างไรให้สมบูรณ์ แต่ข้อท้วงติงจากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยที่น่าสนใจก็คือ การมีส่วนร่วมของสังคมในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติน้อยไป หรือเขียนโดยคนไม่กี่คน ฉะนั้นในขั้นกรรมาธิการวิสามัญของ สนช ต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง แต่ขณะเดียวกันก็มีความพยายามของบางฝ่ายที่จะสร้างความสับสนให้กับสังคม ว่าไม่จำเป็นต้องมีแผนยุทธศาสตร์ชาติ หรือถึงขั้นโจมตีว่าแผนยุทธศาสตร์ชาติเป็นเครื่องมือของกลุ่มอำนาจนั้น ส่วนตัวผมคิดว่าไม่ได้เลวร้ายถึงขนาดนั้นและถ้าในหลักการเราเห็นความจำเป็นของการมีแผนยุทธศาสตร์ชาติ ก็ควรจะอ่านเนื้อหาสาระเสียก่อน แล้วมาดูกันว่าต้องปรับแก้เพิ่มเติมตรงไหน อย่างไร โดยที่ได้อ่านร่างยุทธศาสตร์ชาติเบื้องต้นหลายเรื่องก็เป็นเรื่องที่ดีและน่าสนใจ ที่เราได้วางวิสัยทัศน์และเป้าหมายในการพัฒนาชาติอย่างชัดเจน แต่บางเรื่องก็จำเป็นที่ต้องทบทวนหรือปรึกษาหารือในวงกว้างเพื่อขจัดวาระซ่อนเร้นใดๆ。ปลุกผีนิรโทษกรรม! เอนก ชูร่วมมือเพื่อไทย เลือกตั้ง ท้องถิ่น ส่อยาว 18 มิถุนายน พศ 2561 เวลา 00:01 น 。

จินฮุยกง 2021-05-19 00:42:52

เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ประสานเสียงรุมสับ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พิชัย เชื่อจะสร้างปัญหาให้ประเทศในอนาคต อัด คสชเอาอนาคตชาติมาเสี่ยง นิพิฏฐ์ ดับฝันพวกจ้องฉีก กม-พิมพ์เขียวยุทธศาสตร์ฯ เชื่อ สวลากตั้ง 250 คนบล็อกสุดตัว นายพิชัย นริพทะพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทยและอดีต รมวพลังงาน กล่าวว่า ยุทธศาสตร์แห่งชาติ 20 ปี ที่บังคับรัฐบาลในอนาคตต้องปฏิบัติตาม จะเป็นปัญหาของประเทศ ถึงขนาดอาจทำให้ประเทศลงเหวได้ อยากให้คิดง่ายๆ ว่าเอาคนที่ฉลาดที่สุดในโลก 10 คนมาถาม เชื่อว่าคงไม่มีใครกล้าตอบว่าอีก 20 ปีข้างหน้าโลกจะเป็นอย่างไร และรัฐบาลและ คสชจะมีความรู้สู้พวกเขาเหล่านั้นได้หรือไม่ จึงจะมากำหนดยุทธศาสตร์ 20 ปี ที่รัฐบาลอนาคตต้องปฏิบัติตาม และห้ามเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ไม่อยากให้รัฐบาลและ คสชสร้างปัญหาให้กับประเทศเพิ่มขึ้นอีก แค่รัฐธรรมนูญนี้ก็มีปัญหามากมายอยู่แล้ว การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ทำได้ยาก หรืออาจทำไม่ได้เลย ซึ่งนับเป็นปัญหาใหญ่อยู่แล้ว ยังจะมาทำยุทธศาสตร์ 20 ปีที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ก็จะยิ่งเป็นปัญหาเพิ่มขึ้นอีก อีกทั้งจะมีการเลือกตั้งอยู่แล้วในต้นปีหน้า แกนนำพรรคเพื่อไทยกล่าวต่อไปว่า การกำหนดอนาคตของประเทศน่าจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ประชาชนเลือกมามากกว่า ถ้าหากดูผลงาน 4 ปีที่ผ่านมา ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้เห็นว่ารัฐบาลและ คสชทำให้ประเทศดีขึ้น แถมยังอาจเห็นว่าทำแย่ลง ขนาดทำมา 4 ปียังแย่ขนาดนี้ แล้วจะมากำหนดยุทธศาสตร์ 20 ปี จะไม่ยิ่งย่ำแย่ไปกันใหญ่หรือ จะให้กลุ่มคนที่บริหารประเทศล้มเหลวมากำหนดอนาคตให้กับประเทศได้อย่างไร ไม่อยากให้เอาอนาคตของประเทศมาเสี่ยงกับการจะใช้ยุทธศาสตร์ 20 ปี เพื่อเป็นเครื่องมือในการสืบทอดอำนาจ โดยเฉพาะเรื่องปัญหาปากท้องของพี่น้องที่มีรายได้น้อยจะยิ่งลำบากมากขึ้นไปอีก ทั้งนี้ อยากขอเตือนว่า สภาวะเศรษฐกิจที่แท้จริงไม่ได้ดีอย่างที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจพยายามออกมาเกลี้ยกล่อมให้คนเชื่อ แม้ตัวเลขจะดีขึ้นบ้าง แต่ใช้เวลาถึง 4 ปี กว่าจะมากระเตื้อง ซึ่งในระหว่าง 4 ปีนี้ ประชาชนลำบากกันอย่างมากแล้ว เศรษฐกิจไม่ได้ดีตลอด 4 ปีอย่างที่ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้าใจหรืออาจได้รับรายงานมาผิดๆ อีกทั้งยังมีปัญหาและความเสี่ยง ซึ่งตอกย้ำเรื่องรวยกระจุกจนกระจาย เช่น หนี้เสียในระบบธนาคารที่ยังเพิ่มขึ้น หนี้ครัวเรือนเพิ่มสูง การว่างงานมีมากขึ้นถึงกว่า 470,000 คน โดยเฉพาะระดับปริญญาตรี ว่างงานถึงกว่า 17 แสนราย และพวกเขาคงไม่ได้เลือกงานอย่างที่ พลอประยุทธ์ตำหนิ ยอดลงทุนการตั้งโรงงานใน 5 เดือนของปีนี้ กลับลดลงถึง 2616% สวนทางกับยอดขอส่งเสริมการลงทุนที่นายสมคิดคุยนักคุยหนาว่ามียอดเพิ่มขึ้น ซึ่งแปลว่ามีแต่ยอดขอส่งเสริมแต่ไม่ได้มีการลงทุนจริง และการลงทุนของต่างชาติในตลาดหลักทรัพย์ที่นายสมคิดชอบอ้างถึง กลับมียอดการเทขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติกว่า 16 แสนล้านบาท ตลอด 5 เดือนของปีนี้ และระยะหลังนี้ยิ่งมียอดการเทขายสุทธิหนักมาก พร้อมกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่ทรุดลง ซึ่งแสดงถึงความไม่มั่นใจของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อรัฐบาลและสถานการณ์ของประเทศใช่หรือไม่ จึงอยากให้นายสมคิดได้ออกมาอธิบายด้วย หรือนายสมคิดจะบอกว่าเศรษฐกิจไทยจะสามารถโตได้เองโดยไม่พึ่งต่างชาติอีก เหมือนที่เคยบอกในปีแรกๆ เวิลด์แบงก์ได้เตือนว่าเศรษฐกิจโลกอาจจะตกต่ำลงได้ใน 1-2 ปีข้างหน้านี้ ซึ่งไทยเองก็จะต้องระวัง และเวิลด์แบงก์ยังเตือนอีกว่า ถึงแม้ปีนี้ไทยจะขยายตัวได้ดีแต่ปีหน้าและปีต่อไปการเติบโตของไทยน่าจะขยายตัวได้ลดลง ซึ่งจะเป็นปัญหาได้ นายพิชัยกล่าวย้ำ ด้านนายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีต สสบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช กล่าวถึงเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของ คสชเช่นกันว่า การวางยุทธศาสตร์ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี และมีความจำเป็น แต่มองว่ายุทธศาสตร์ชาติต้องกำหนดเอาไว้แบบกว้างๆ เพื่อให้สามารถยืดหยุ่นได้ แต่การวางยุทธศาสตร์ชาติของรัฐบาลและ คสชที่มีการกำหนดไว้เพื่อให้รัฐบาลต่อๆ ไปต้องปฏิบัติตาม ห้ามออกนอกกรอบกำหนด และหากไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษ ถือว่าเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่ง และถือว่าจะมีผลกระทบต่อการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดต่อไปอย่างแน่นอน อีกทั้งจะมีผลกระทบต่อประชาชนอย่างแน่นอน เหมือนมัดมือประชาชน โลกมีการเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน เทคโนโยลีก้าวหน้าไปโดยไร้ขีดจำกัด ยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้จะก้าวทันโลกอนาคตได้ขนาดไหน เปรียบเหมือนเต่าที่กำลังนอนฝันว่าตัวเองวิ่งเร็วเหมือนกระต่าย และพอตื่นขึ้นมาก็ยังคิดว่าตัวเองเป็นกระต่ายอยู่ ลืมตัวไปว่าตัวเองเป็นเต่า นายก่อแก้วกล่าว เช่นเดียวกับความเห็นของคนในพรรคประชาธิปัตย์ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แผนยุทธศาสตร์ชาติจะเป็นปัญหาของรัฐบาลใหม่ แม้ผู้ร่างจะบอกว่าสามารถแก้ไขได้ใน 5 ปี หากเกิดสถานการณ์ใดขึ้นมาก็ตาม แต่ความยากอยู่ตรงที่เป็นกฎหมาย เมื่อจะแก้ไข จะต้องเสนอเพื่อขอความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ซึ่งกรณีของสภาผู้แทนฯ คิดว่าคงไม่เท่าไหร่ แต่จะผ่านวุฒิสภาหรือไม่นั้น ตรงนี้คือปัญหา เพราะวุฒิสภาชุดใหม่มาจากการเลือกตั้งของ คสช และยุทธศาสตร์ชาติเป็นผลผลิตของ คสช จนเกิดคำถามว่า วุฒิสภาชุดดังกล่าวจะยอมให้แก้ไขหรือไม่ นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มรังสิต ให้ความเห็นว่า เห็นด้วยในหลักการที่ประเทศไทยควรจะมียุทธศาสตร์ชาติเพื่อวางเป้าหมายและทิศทางการพัฒนาประเทศคล้ายๆ กับเป็นวิสัยทัศน์แห่งชาติ ซึ่งประเทศที่พัฒนาแล้วหลายประเทศส่วนใหญ่ก็มีแผนยุทธศาสตร์และเป้าหมายที่ชัดเจน แต่ประเด็นปัญหาที่ควรจะถกแถลงกันในขณะนี้หลังจาก สนชรับร่างยุทธศาสตร์ชาติและมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณานั้น ควรจะถกกันถึงเนื้อหาสาระว่าขาดตกบกพร่องตรงไหน อย่างไร และจะปรับแก้อย่างไรให้สมบูรณ์ แต่ข้อท้วงติงจากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยที่น่าสนใจก็คือ การมีส่วนร่วมของสังคมในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติน้อยไป หรือเขียนโดยคนไม่กี่คน ฉะนั้นในขั้นกรรมาธิการวิสามัญของ สนช ต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง แต่ขณะเดียวกันก็มีความพยายามของบางฝ่ายที่จะสร้างความสับสนให้กับสังคม ว่าไม่จำเป็นต้องมีแผนยุทธศาสตร์ชาติ หรือถึงขั้นโจมตีว่าแผนยุทธศาสตร์ชาติเป็นเครื่องมือของกลุ่มอำนาจนั้น ส่วนตัวผมคิดว่าไม่ได้เลวร้ายถึงขนาดนั้นและถ้าในหลักการเราเห็นความจำเป็นของการมีแผนยุทธศาสตร์ชาติ ก็ควรจะอ่านเนื้อหาสาระเสียก่อน แล้วมาดูกันว่าต้องปรับแก้เพิ่มเติมตรงไหน อย่างไร โดยที่ได้อ่านร่างยุทธศาสตร์ชาติเบื้องต้นหลายเรื่องก็เป็นเรื่องที่ดีและน่าสนใจ ที่เราได้วางวิสัยทัศน์และเป้าหมายในการพัฒนาชาติอย่างชัดเจน แต่บางเรื่องก็จำเป็นที่ต้องทบทวนหรือปรึกษาหารือในวงกว้างเพื่อขจัดวาระซ่อนเร้นใดๆ,กรีซ-มาซิโดเนีย ลงนามข้อตกลงเปลี่ยนชื่อประเทศเป็น มาซิโดเนียเหนือ 17 มิถุนายน พศ 2561 เวลา 22:25 น รัฐบาลกรีซและมาซิโดเนียลงนามความตกลงเบื้องต้นฉบับประวัติศาสตร์ ที่ยอมรับการเปลี่ยนชื่อประเทศของมาซิโดเนียใหม่ เป็นสาธารณรัฐมาซิโดเนียเหนือ ยุติความขัดแย้งระหว่างเพื่อนบ้าน 2 ชาตินี้มาตั้งแต่ปี 2534 ขณะชาวกรีกที่ไม่พอใจชุมนุมประท้วงรัฐบาล。 บิ๊กป้อม สั่งปราบเข้มยาเสพติด หวั่นฉวยโอกาสช่วงคนเพลินบอลโลกเร่งลำเลียงเข้าไทย เผยครึ่งเดือนแรกจับยาบ้า 50 ล้านเม็ด ไอซ์พัน กก เฮโรอีนอีกจำนวนมาก เมื่อวันที่ 17 มิถุนายนนี้ พลทคงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมวกลาโหม ได้กล่าวชื่นชมและเป็นกำลังใจกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในการร่วมเปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดทุกพื้นที่ทั่วประเทศอย่างจริงจัง ทั้งพื้นที่ชั้นในและพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ติดตามและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นกับขบวนการลักลอบค้ายาเสพติดรายใหญ่ ซึ่งตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการต้น มิย61 เป็นเวลา 15 วัน สามารถจับกุมและยึดยาเสพติด เป็นยาบ้ากว่า 50 ล้านเม็ด ยาไอซ์เกือบ 1,000 กิโลกรัม รวมทั้งยึดสารตั้งต้นและเฮโรอีนจำนวนมาก ซึ่งในภาพรวมสถานการณ์แพร่ระบาดยาเสพติดยังเป็นที่กังวลของสังคม จากผลการจับกุมและยึดยาเสพติดได้ปริมาณครั้งละมากๆ ระหว่างการลำเลียงในพื้นที่ภาคเหนือ จเชียงรายและลำปาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จขอนแก่นและบึงกาฬ และพื้นที่ภาคกลาง กทม และพระนครศรีอยุธยา พลทคงชีพกล่าวว่า พลอประวิตรย้ำว่ายาเสพติดยังเป็นภัยตกค้างทางสังคมที่เป็นปัญหาสำคัญและจำเป็นต้องเร่งสะสางร่วมกันต่อไป โดยกำชับขอให้ฝ่ายความมั่นคง ทั้งทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครอง ยังคงปฏิบัติงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ทั้งการเฝ้าระวังและการสกัดกั้น รวมทั้งการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยเฉพาะช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ที่อาจเป็นช่องว่างให้มีการเคลื่อนย้ายและจำหน่ายยาเสพติดปริมาณมากๆ โดยให้ประสานการทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างใกล้ชิด ปฏิบัติการเข้มทั้งพื้นที่นอกประเทศ พื้นที่ชายแดนและพื้นที่ชั้นใน ในการติดตามเชื่อมโยงเครือข่าย ทั้งแหล่งผลิต เส้นทางลำเลียง พื้นที่พักคอย และแหล่งกระจายยาเสพติด โดยต้องบังคับใช้กฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดไม่มีละเว้น พร้อมทั้งขอความร่วมมือกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ในฐานะพนักงานฝ่ายปกครอง มีบทบาทร่วมกันมากขึ้นในการดูแลสะสางปัญหายาเสพติด และปัญหาบ่อนการพนันในพื้นที่ เพื่อร่วมกันปกป้องมิให้ยาเสพติดและการพนันแพร่ระบาด ทำลายลูกหลานและเยาวชนที่จะเป็นพลังและอนาคตของชาติ นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล มูลนิธิสถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง สำรวจความตั้งใจเชียร์บอลโลกเพื่อความสนุก หรือตั้งใจเล่นทายพนันบอล กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวน 1,189 ตัวอย่าง พบว่า ร้อยละ 893 ตั้งใจเชียร์บอลโลกเพื่อสนุก มากกว่าจะเล่นทายพนันบอลที่มีอยู่เพียงร้อยละ 107 นอกจากนี้ เมื่อถามถึงความเป็นห่วงคนที่ติดตามชมเชียร์บอลโลกในเรื่องใดบ้าง พบ 5 อันดับแรก ได้แก่ ร้อยละ 680 เป็นห่วงคนเชียร์บอลโลกเรื่องการอดนอน เสียสุขภาพ รองลงมาคือ ร้อยละ 484 เป็นห่วงเรื่องการเล่นทายพนันบอล ร้อยละ 312 เป็นห่วงเรื่องการเสียงาน เสียการเรียน ร้อยละ 297 เป็นห่วงเรื่องหนี้พนัน และร้อยละ 143 เป็นห่วงเรื่อง การดื่มเหล้า เบียร์ ตามลำดับ。

ความคิดเห็นที่ร้อนแรง
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ จดทะเบียน

ufa678 qu| แทงบอลไม่มีขั้นต่ํา| ufabet888สล็อต| fifa55hd datasheet| ufa007 pantip| ufa678 data| fifa55 dooball| ufa365movie| 77up sport| ligaz888 vip| copa88 jojo| copa88 uk| mm88win.com| แทง บอล 777| แทง บอล 77 ro| ufa678 biz| sbobetsh thai| วิธี แทง บอล fifa555| ufa678 org| i99win moi| ufa678 net| sbobetsh xo| i99win quake| ufabet888.com| ufa365 login| ufa800ไฮโล| 77up 77upth.com| แทง บอล 77 online| ufa147 ฝากเงิน| sboibc888 outlook| แทงบอล sboibc888| vegus168 login| i99bet memberbet com| สมัคร แทง บอล league88| fifa55 bein| แทงบอล| แทง บอล 77 cm| sboibc888 mobile| sbobetsh quiz| fifa55hd gst| sbothaiclub ทางเข้า| fifa55 true hd3| copa88 japan| mm88win v8| starvegas168| vegus168sure| wap.nova b88| fifa55u.con sport hd3| ufa678 qu| แทง บอล 77 day| fifa55hd investor| sbobetsh young| sboibc888 xyz| copa88 - login| 77uponline| ufa678 app| mm88fc com| แทง บอล ผ่าน wallet| ufabet1688 สมัครสมาชิก| fifa55 asia| แทง บอล 77 iphone| mm88win kb| nova 88 floor plan| ufabet8888| i99win game| ไวรัส copa69| แทง บอล ufabet| i99win app download| แทง บอล ออนไลน์ ฝาก ขั้น ต่ํา 100| sbobetsh zam| copa88 bet| fifa55 truemoney| ufa678 us| vegus168-th3| mm88win reddit| databet88 mobile| ufa678 zz| fifa55 prime| ufabet1688 public validate| fifa55 sport casino| nova88 ดีไหม| mm88win on| fifa55one| vegus168 pantip| sbobet777 mobile| roupa nova 88| copa88 vk| i99win quiz| www vegus168 net| ufa678 blog| ufa678 ac| sbobetsh fifa| nova88 my| ufabet888 pantip|